คำตอบ หากพิจารณาจากจำนวนเล่มที่ยืมรวม คณะวิทยาศาสตร์จะยืมมากที่สุด (7,393 เล่ม) ตามด้วยคณะศึกษาศาสตร์ (7,114 เล่ม) แต่หากวัดที่ “ความถี่ในการใช้งานจริง” จะพบว่าคณะเภสัชศาสตร์ยืมมากที่สุดถึง 9.14 เล่ม/คน และคณะพยาบาลศาสตร์เป็นอันดับสอง (6.05 เล่ม/คน) จึงเลือกนับแบบ สัดส่วนการยืมต่อหัวนิสิต (Borrows per Student) เพื่อลดความลำเอียงจากขนาดคณะที่มีจำนวนนิสิตต่างกันมาก และนำเสนอให้ผู้บริหารเพิ่มงบประมาณแก่คณะที่มีความต้องการใช้งานจริงที่สุด >
คำตอบ แนะนำให้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในช่วงเดือนมิถุนายน (ยอดยืมรวมต่ำสุด 966 เล่ม) หรือ กรกฎาคม (1,095 เล่ม) เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการใช้งานน้อยที่สุดในรอบปี การจัดกิจกรรมช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการเข้าใช้บริการ และไม่ตรงกับช่วงสอบเหมือนช่วง ที่Peak ในเดือนกันยายน
ตัวเลข 4.7 ถูกไหม ถูกบางส่วน: ตัวเลข 4.7 (4.74) คำนวณถูกต้องสำหรับ คณะเภสัชศาสตร์คณะเดียว แต่การที่ผู้บริหารเอาตัวเลขนี้ไปดึงเป็นข้อสรุปภาพรวมหรือเอาไปเปรียบเทียบกับคณะอื่น อันนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง >
ข้อสรุปนี้มีปัญหาอะไร (พร้อมตัวเลขยืนยัน) กลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไป (Non-response Bias)เพราะพอไปไล่ดูจำนวนคนตอบแบบประเมินจริงๆ คณะเภสัชศาสตร์มีคนตอบรวมทั้งปีแค่ 32 คน ซึ่งคิดเป็นแค่ 7.6% ของนิสิตในคณะที่มี 420 คน ในขณะที่คณะอื่นมีคนตอบหลักร้อยถึงหลักพันคน เช่น คณะศึกษาศาสตร์มีคนตอบตั้ง 2,101 คน แถมในเดือน มิ.ย. กับ ก.ค. คณะเภสัชฯ ไม่มีคนตอบแบบประเมินเลยสักคน การที่เอาคะแนนจากคนกลุ่มน้อย มาสรุปว่าเป็นคณะที่พึงพอใจที่สุดเลยเชื่อถือไม่ค่อยได้ >
prompt ที่ใช้ (คัดลอกมาเต็ม ๆ อย่างน้อย 1 อัน) โดยใช้ package dplyr, ggplot2, crosstalk, plotly และ DT สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลการยืมหนังสือ เพื่อสร้างตารางเปรียบเทียบและ Interactive Dashboard ที่ตัวกรองเปลี่ยนตามพร้อมกันทั้งกราฟและตาราง
สิ่งที่แก้จากที่ AI ให้มา และทำไมต้องแก้
ถ้า knit ไม่ผ่าน เขียนไว้ตรงนี้ว่าติดตรงไหน