ดัชนีคุณภาพมหาสมุทร (Ocean Health Index, OHI) เป็นดัชนีบูรณาการที่บ่งชี้สภาวะสุขภาพของมหาสมุทร เทียบกับเป้าหมายของการจัดการ หรือสภาวะอ้างอิง (เป้าหมายของการจัดการทรัพยากร และการพัฒนาอย่างยั่งยืน) ประกอบด้วยมิติของนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม (รายละเอียดใน http://ohi-science.org/; Halpern et al., 2012, 2015) โดยหลักแนวคิดของดัชนีเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับโลก (Sustainable Development Goals, SDGs) ในเป้าหมายที่ 14 (Life below water) และเป้าประสงค์ 10 ด้าน ของ SDGS อื่นๆ (SDGs 1-3, 6-8, 11-13, 15 จากทั้งหมด 17 เป้าหมาย) ทั้งนี้ดัชนีคุณภาพมหาสมุทรมีการนำเสนอในรูปของคะแนน 0 ถึง 100 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยคะแนนของเป้าหมายของการวิเคราะห์ (goals) 10 ด้าน (รายละเอียดในวิธีการคำนวณ) ทั้งนี้ 100 คะแนนของเป้าหมายแต่ละด้าน หมายถึงการบรรลุเป้าหมายของการจัดการโดยสมบูรณ์ เป้าหมายแต่ละด้านของดัชนีคุณภาพมหาสมุทรเป็นประโยชน์ที่มนุษย์ได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการประเมินค่าคะแนนเป็นการนำเข้าข้อมูล ที่ครอบคลุมสถานภาพของทรัพยากร (มิติทางนิเวศ) ประโยชน์และบริการที่มนุษย์ได้รับ (มิติทางเศรษฐกิจ และสังคม) แรงกดดันต่อทรัพยากร/ประโยชน์ (pressure) (มิติทางนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม) และ ความสามารถในการฟื้นตัว (resilience) (มิติทางนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม) ดัชนีคุณภาพมหาสมุทรประกอบไปด้วยเป้าหมายหลัก 10 ด้านได้แก่ การเป็นแหล่งอาหาร (Food Provision (FP)), การเข้าถึงทรัพยากรประมงของประมงพื้นบ้าน (Artisanal Fishing Opportunity (AO)), การเป็นแหล่งผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ (Natural Products (NP)), การกักเก็บคาร์บอน (Carbon Storage (CS)), การปกป้องชายฝั่ง (Coastal Protection (CP)), ความเป็นอยู่และเศรษฐกิจชายฝั่ง (Coastal Livelihoods and Economies (LE)), การเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสันทนาการ (Tourism and Recreation (TR)), ความผูกผันต่อสถานที่ (Sense of Place (SP)), การเป็นแหล่งน้ำสะอาด (Clean Waters (CW)), และ แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity (BD))
การประเมินค่าดัชนีคุณภาพมหาสมุทร ที่มีการรายงานในระดับโลก (global estimates) ที่มีการจัดอันดับประเทศต่างๆ (ohi-science.org; Halpern et al. 2012, 2015) มีหน่วยพื้นที่การวิเคราะห์ (region) เป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ หรือ Exclusive Economic Zones (EEZ) ของประเทศ/พื้นที่การปกครอง ในขณะที่ ค่าดัชนีที่มีการปรับวิธีการวิเคราะห์บางชั้นข้อมูลที่รวมถึงการปรับเปลี่ยนขอบเขตพื้นที่ที่วิเคราะห์ (ที่เล็กกว่า EEZ) วิธีการเก็บข้อมูล หรือจุดอ้างอิงที่แตกต่างจาก global estimates เรียกว่า ดัชนีคุณภาพมหาสมุทรที่มีการประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ (independent assessment, หรือ OHI+ และการเปลี่ยนบางชั้นข้อมูลโดยยังคงขอบเขตการวิเคราะห์ และวิธีการเหมือนกับ global estimates เรียกว่า OHI Go หรือ OHI country opportunities สำหรับแนวทางการดำเนินงานของประเทศไทย การประเมิน OHI+ อาจเป็นเป้าหมายระยะกลาง (3-5 ปี) และต้องมีการวางแผนเตรียมความพร้อมของข้อมูลล่วงหน้า (อาจต้องมีการสร้างโมเดลใหม่ของบางชั้นข้อมูล) แต่จะสามารถดำเนินการ OHI Go ได้ทันที ในระยะเวลาอันสั้น (ภายในปีงบประมาณ 2563) ทั้งนี้การเตรียมความพร้อมจากโครงการนี้จะสามารถทำให้ประเทศไทยวางรากฐานที่สำคัญกับการประเมินค่าดัชนีทั้งแบบ OHI+ และ OHI Go
การเป็นแหล่งอาหารของทะเลและมหาสมุทร ถือเป็นประโยชน์ขั้นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับมนุษย์ โดยอาหารจากทะเลเป็นแหล่งทางโภชนาการพื้นฐานของประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ทั้งในรูปของอาหารที่บริโภคภายในท้องถิ่น ไปจนถึงการไปสู่ผู้บริโภคระดับนานาชาติเป้าหมายนี้วัดปริมาณอาหารที่ได้จากทะเลโดยที่มีการเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืน ภายในเขต EEZ ของประเทศ/พื้นที่การปกครอง สำหรับการบริโภค หรือการส่งออก ดังนั้นจึงรวมถึงการจับจากประมงทะเลและชายฝั่ง (ทั้งประมงพื้นบ้านและพาณิชย์) และการเพาะเลี้ยง (ทั้งการผลิตระดับเพื่อการบริโภคในท้องถิ่น และเชิงพาณิชย์) เป้าหมายนี้จะนำเข้าข้อมูล การจับ หรือผลผลิต (หน่วยเป็นตัน) ของสัตว์น้ำหลักทุกชนิด ปริมาณการลงแรงการจับ (เป้าหมายย่อย การประมงชายฝั่ง) วิธีการที่ใช้ (เครื่องมือประมง ปัจจัยนำเข้าของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิธีการจับ/เก็บเกี่ยว) และขอบเขตบริเวณของกิจกรรม (แหล่งประมง หรือ แหล่งที่ตั้งสถานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ) ประกอบด้วย 2 เป้าหมายย่อย คือ (1) การประมงทะเลและชายฝั่ง (Fisheries, FIS) และ (2) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (Mariculture, MAR)
การประมงพื้นบ้านบริเวณชายฝั่ง มีความสำคัญในการเป็นแหล่งอาหาร แหล่งโภชนาการ
การบรรเทาความยากจน และโอกาสการทำมาหาเลี้ยงชีพ ของประเทศที่มีพื้นที่ติดทะเล
การประมงพื้นบ้านในเป้าหมายนี้ จะเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตในระดับครัวเรือน และชุมชน
ที่มักจะมีการทำประมงใกล้ชายฝั่ง ใช้ต้นทุนและพลังงานต่ำ
และผลผลิตมักขายเพื่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะแตกต่างกับการประมงในระดับอุตสาหกรรม
(หรือประมงพาณิชย์) ที่มีการค้าขายในระดับโลก
เป้าหมายนี้ ประเมินว่าชาวประมงพื้นบ้านมีโอกาสมากน้อยเพียงใด ที่จะเข้าถึงทรัพยากรทางทะเล
เมื่อมีความจำเป็น และความยั่งยืนของการเก็บเกี่ยวผลผลิตรสัตว์น้ำโดยประมงพื้นบ้าน
ความจำเป็นสำหรับการทำประมงพื้นบ้านมีความสัมพันธ์กับร้อยละของประชากรที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน
(รายได้) การเข้าถึง หรือ ความสามารถในการตอบสนองต่อความจำเป็นนี้
วัดได้จากการอนุญาตของหน่วยงาน หรือ การสนับสนุนการทำการประมงพื้นบ้าน
ความยั่งยืนของการทำประมงพื้นบ้านหมายถึงประเภทเครื่องมือประมง
ที่ไม่ส่งผลต่อความยั่งยืนของของทรัพยากรประมง เช่น เบ็ดตกปลา (hook and line)
มีความยั่งยืน มากกว่าการระเบิดปลา หรือการใช้อวนติดตา
ในหลายประเทศการเก็บเกี่ยวผลิตภัณฑ์จากทะเล ที่ไม่ใช่อาหาร มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งภายใน และระหว่างประเทศ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของทรัพยากรเหล่านี้ จึงมีความสำคัญต่อสภาวะสุขภาพของมหาสมุทรเป้าหมายนี้เป็นการวัดความศักยภาพในการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเลที่ไม่ใช่อาหาร เช่น สาหร่ายทะเล ไม้ในป่าชายเลน และปลาสวยงาม เป้าหมายนี้จะคล้ายกับการประเมินเป้าหมาย FP แต่จะเน้นไปทางทรัพยากรที่ไม่ใช่อาหารข้อมูลที่ใช้สำหรับการประเมินเป้าหมายนี้คือปริมาณ มูลค่า และดัชนีความยั่งยืนของวิธีการเก็บเกี่ยวทรัพยากร จุดอ้างอิงควรพัฒนามาจากความสัมพันธ์ของการเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับทรัพยากรแต่ละชนิด เมื่อเทียบกับปริมาณทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่
ในปัจจุบันมหาสมุทร เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ถึงประมาณร้อยละ 25 หรือประมาณ 2000 TgC ต่อปี ทั้งโดยกลไกทางกายภาพและเคมีของสภาพบรรยากาศ และการกักเก็บโดยระบบนิเวศของพืชชายฝั่ง ซึ่งมีศักยภาพสูงกว่าระบบนิเวศบนบกมาก ทั้งนี้การจัดการเกี่ยวกับสภาพบรรยากาศนั้นนอกเหนือความสามารถของมนุษย์ แต่การจัดการแหล่งที่อยู่อาศัยชายฝั่งที่เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนเป็นแนวทางที่สำคัญ และ แหล่งที่อยู่อาศัยเหล่านี้อยู่ในสภาวะถูกคุกคามจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์เป้าหมายนี้ต้องการประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนโดยแหล่งที่อยู่อาศัยชายฝั่ง (ที่รวมป่าชายเลน หญ้าทะเล และ พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง) โดยคำนวณจากอัตราการรับคาร์บอน (พิจารณาพื้นที่ปกคลุม) คุณภาพของแหล่งที่อยู่อาศัย และน้ำหนักความสำคัญของการกักเก็บคาร์บอนของแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท จุดอ้างอิงจะเป็นพื้นที่ของแหล่งที่อยู่อาศัยที่เกี่ยวข้องในอดีต (ต้องกำหนด) และ/หรือ สัดส่วนการเปลี่ยนแปลงของสภาวะที่กำหนด
เป้าหมายนี้ประเมินระดับความสามารถของพื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำชายฝั่ง (แนวปะการัง พื้นที่ชุมน้ำชายฝั่ง ป่าชายเลน หญ้าทะเล และพื้นที่น้ำแข็งในทะเล) ในการปกป้องอุทกภัย และกัดเซาะชายฝั่ง อาจรวมถึงบริเวณที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ (มีบ้านหรือโครงสร้างอื่นๆ) และที่ไม่มีมนุษย์อาศัย (อุทยาน หรือสถานที่อนุรักษ์) การคำนวณคะแนนจะพิจารณาความสมบูรณ์ของแหล่งที่อยู่อาศัย และน้ำหนักที่สะท้อนระดับความสามารถในการปกป้องชายฝั่ง คะแนน 100 จะสะท้อนว่าแหล่งที่อยู่อาศัยยังมีความสมบูรณ์ หรือ มีการฟื้นฟูจนถึงระดับอ้างอิง
เป้าหมายนี้สะท้อนคุณค่าทางจิตใจ หรือวัฒนธรรมของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ทั้งกับผู้คนที่อาศัยบริเวณชายฝั่ง และที่อยู่ห่างจากฝั่ง เป้าหมายนี้ประกอบด้วยเป้าหมายย่อย 2 ด้านคือ (1) ชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น (Iconic Species, ICO) และ (2) สถานที่ที่มีคุณค่า (Lasting Special Places, LSP) ซึ่งในการคำนวณระดับโลก จะมีน้ำหนักเท่ากัน คะแนน 100 หมายถึงชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น และสถานที่ที่มีคุณค่า ได้รับการคุ้มครอง และอนุรักษ์
งานและรายได้จากอุตสาหกรรมภาคส่วนทะเล มีบทบาทสำคัญต่อหลายภาคส่วนทั้งที่เกี่ยวข้องกับทะเลทางตรงและทางอ้อม หรือแม้แต่ต่อภาคส่วนที่เห็นคุณค่าของความมีเอกลักษณ์ของชุมชน ภาษีรายได้ และผลกระทบทางอ้อมทางเศรษฐกิจและสังคม ของการมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภาคทะเล เป้าหมายนี้ สะท้อน ปริมาณ และคุณภาพของงานและรายได้ ที่มาจากอุตสาหกรรม และกิจกรรมที่เกี่ยวกับภาคส่วนทะเล โดยประกอบด้วยเป้าหมายย่อย 2 ด้าน คือ (1) ความเป็นอยู่ (Livelihoods, LIV) และ (2) เศรษฐกิจ (Economies, ECO) คะแนน 100 สะท้อนเศรษฐกิจชายฝั่งที่ดี ที่ลดโอกาสการสูญหายของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ขึ้นกับทะเลและชายฝั่ง ขณะเดียวกันก็เอื้อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้กิจกรรมที่เกี่ยวกับการขุดเจาะก๊าซและน้ำมัน ไม่ได้รวมอยู่ในเป้าหมายนี้
เป้าหมายนี้ประเมินคุณค่าที่นักท่องเที่ยว ให้กับประสบการณ์ และความบันเทิงระหว่างการท่องเที่ยวบริเวณทะเลและชายฝั่ง คะแนน 100 หมายถึงพื้นที่ใช้ประโยชน์ทางด้านการท่องเทียวอย่างเต็มที่โดยไม่ทำให้ระบบนิเวศเสียหาย
เป้าหมายนี้ประเมินระดับการปลอดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ ทั้งจากสาเหตุตามธรรมชาติ และจากกิจกรรมของมนุษย์ การปนเปื้อนในแหล่งน้ำอาจเป็นผลจากคราบน้ำมันรั่วไหล สารเคมี การมีสารอาหารปริมาณมาก แพลงก์ตอนบลูม เชื้อก่อนโรค ขยะ และการตายของสัตว์น้ำอันเนื่องมาจากมลพิษ คะแนนที่สูงของเป้าหมายนี้สะท้อนระดับการปนเปื้อนที่ต่ำ (คะแนนสูงสุดคือระดับการปนเปื้อนเป็นศูนย์)
ผู้คนมักให้คุณค่ากับการคงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ มักสร้างความกังวลใจให้กับหลายภาคส่วน เป้าหมายนี้ประเมินระดับของสถานภาพการอนุรักษ์ของชนิดพันธุ์ โดยใช้ข้อมูลระดับโลก โดยประกอบไปด้วยเป้าหมายย่อย 2 ด้านคือ (1) ชนิดพันธุ์ (Species, SPP) และ (2) แหล่งที่อยู่อาศัย (Habitats, HAB) ค่าคะแนน 100 หมายถึงชนิดพันธุ์ทั้งหมดมีความเสี่ยงต่ำที่จะสูญพันธุ์ และแหล่งที่อยู่อาศัยทั้งหมดมีการอนุรักษ์
ดัชนีคุณภาพมหาสมุทรของโลก (\(I_{global}\))เป็นการถัวเฉลี่ยคะแนน (เต็ม 100 คะแนน) ของหน่วยการวิเคราะห์ (region) ทั้งสิ้น 221 พื้นที่ (ขอบเขตเท่ากับเขตเศรษฐกิจจำเพาะของแต่ละหน่วยการวิเคราะห์, Exculsive Economic Zone) โดยประเทศไทยเป็นพื้นที่หมายเลข (region ID) 25 ในการวิเคราะห์ระดับโลก
คะแนนของดัชนีที่คำนวณได้ในแต่ละหน่วยพื้นที่ (\(I_{region}\))่ มาจากการเฉลี่ยค่าคะแนน(\(G\)) ของเป้าหมายแต่ละด้าน (\(g\)) ทั้งนี้น้ำหนักความสำคัญของแต่ละเป้าหมาย (\(w_{g}\)) จะบ่งบอกความสำคัญของแต่ละด้าน (ถ้าต้องการกำหนด) โดยการประเมินระดับโลก (มีข้อมูลของ 221 EEZ) จะให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของเป้าหมายเท่ากันทุกด้าน คือร้อยละ 10
คะแนนของดัชนีคุณภาพมหาสมุทร และสามารถคำนวณได้โดยใช้ สมการที่ 1 ดังนี้คือ
\[ { I_{region} }\quad =\quad \frac { \displaystyle\sum_{ g=1 }^{ N }{ { w }_{ g }{ G }_{ g } } }{ \displaystyle\sum _{ g=1 }^{ N }{ { w }_{ g } } }, (่Eq.1) \]
และค่าดัชนีคุณภาพมหาสมุทรของโลก (\(I_{global}\)) คิดจากค่า \(I_{region}\)ถ่วงน้ำหนักด้วยขนาดพื้นที่ EEZ แต่ละที่ (\(a_{i}\)) (สมการที่ 2)
\[ { I }_{ global }\quad =\quad \frac { \displaystyle\sum _{ i=1 }^{ N }{ { a }_{ i }{ I }_{ region,i } } }{ \displaystyle\sum _{ i=1 }^{ N }{ { a }_{ i } } }, (Eq.2) \]
สำหรับในปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) คะแนนที่คำนวณได้ของโลกมีค่าเท่ากับ 71 จาก 100 (ภาพที่ 2) ซึ่งการนำเสนอคะแนน จะอยู่ในรูปแผนภูมิดอกไม้ หรือ flower plot โดยแต่ละเสี้ยวคือค่าคะแนนของเป้าหมายแต่ละด้าน ระดับความสูงต่ำของแต่ละเสี้ยวคือ ระดับคะแนน และความกว้างของเสี้ยวคือ น้ำหนักความสำคัญของแต่ละเป้าหมาย (www.oceanhealthindex.org) แม้ว่าน้ำหนักความสำคัญของทุกเป้าหมายจะเท่ากัน แต่เป้าหมายที่มีเป้าหมายย่อย เช่น BD, LE และ SP น้ำหนักความสำคัญของเป้าหมายย่อย จะเท่ากับร้อยละ 5 (รวมสองเป้าหมายย่อย เท่ากับ10) ยกเว้น FP ที่ความสำคัญขึ้นอยู่กับสัดส่วนของผลลัพธ์ของแต่ละเป้าหมายย่อย สำหรับค่าคะแนนในปีเดียวกันของประเทศไทยเท่ากับ 66
ค่าคะแนนของเป้าหมายแต่ละด้าน หาได้จากค่าเฉลี่ยของ สถานภาพปัจจุบัน (current status) และค่าสถานภาพที่เป็นไปได้ในอนาคต (likely future state) (สมการที่ 3) โดยสภาวะที่เป็นไปได้ในอนาคต สามารถทำนายได้จาก แรงกดดัน (อิทธิพลในทางลบต่อคะแนน) สามารถในการฟื้นตัวจากแรงกดดัน (อิทธิพลในทางบวก) และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสถานภาพย้อนหลัง 5 ปี (ภาพที่ 4) โดยแนวโน้มจะมีความสำคัญเป็น 2 เท่า ของผลต่างระหว่างแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 5, 6)
การประเมินดัชนีคุณภาพมหาสมุทร มีการนำข้อมูลประเภทต่างๆ เรียกว่า ชั้นข้อมูล (data layers) โดยแบ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานภาพปัจจุบัน และแนวโน้ม (current status and trend) ของแต่ละเป้าหมาย (แต่ละเป้าหมายอาจต้องใช้ 1 ถึง 16 ชั้นข้อมูล) แรงกดดัน (pressures) (แต่ละเป้าหมายอาจต้องใช้ 7 ถึง 16 ชั้นข้อมูล) ที่เกี่ยวกับความสามารถในการฟื้นตัว (resilience) (แต่ละเป้าหมายอาจต้องใช้ 3 ถึง 16 ชั้นข้อมูล) และที่เกี่ยวกับการสนับสนุนการคำนวณอื่น เช่นพื้นที่ และการถ่วงน้ำหนัก เป็นต้น
การหาคะแนนแต่ละเป้าหมาย (\(G\)) คำนวณจากค่าเฉลี่ยของสถานภาพปัจจุบัน (\(x\)) และ สถานภาพที่เป็นไปได้ในอนาคต(\(\hat x_{F}\)) (สมการที่ 3)
\[ G \quad =\quad \frac {x \quad +\quad \hat x_{F} }{ 2 }, (Eq.3) \]
โดยที่ (\(x\)) ซึ่งเป็นสถานภาพปัจจุบัน หาได้จากสภาวะปัจจุบัน (\(X\)) เมื่อเทียบกับจุดอ้างอิง ของเป้าหมายแต่ละด้าน (\(X_{R}\)) (สมการที่ 4)
\[ { x }_{ i }\quad =\quad \frac { X }{ X_{R} }, (Eq.4) \]
จุดอ้างอิงสามารถหาได้จากแหล่งต่างๆ ดังนี้คือ
สถานภาพที่เป็นไปได้ในอนาคตของแต่ละเป้าหมาย เป็นความสัมพันธ์ของ สถานภาพปัจจุบัน (x) คูณกับค่าสัดส่วนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสถานภาพ (Trend, \(T\) ซึ่งมีค่าระหว่าง -1.0 ถึง 1.0) แรงกดดันสะสม (pressures, \(p\)) ซึ่งมีอิทธิพล (ทางลบ) ต่อเป้าหมายที่วิเคราะห์ และ ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศและสังคม (resilience, \(r\)) ต่อแรงกดดัน ภายใต้กรอบการบริหารจัดการ และโครงสร้างทางสังคม ที่จะปกป้องทรัพยากร โดยสามารถแสดงเป็นความสัมพันธ์ ดังนี้ (สมการที่ 5)
\[ \hat {x} _{F} \quad = \quad \left[ 1 \quad + \quad \beta T \quad + \quad \left( 1\quad -\quad \beta \right) \left( r \quad - \quad p \right) \right] x,(Eq.5) \]
โดย \(\beta\) เป็นค่าน้ำหนักความสำคัญ ซึ่งในโมเดลของการประมาณการระดับโลก กำหนดให้มีค่าเท่ากับ 0.67แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง เป็นสัดส่วนของการเปลี่ยนแปลงของสถานภาพของแต่ละเป้าหมาย ที่จะเกิดขึ้นในอีก 5 ปี โดยประเมินจากข้อมูลสถานภาพย้อนหลังล่าสุด (ปกติใช้ 5 ปีย้อนหลัง) ซี่งมักจะใช้สมการถดถอยเชิงเส้นตรง (linear regression) เพื่อให้ได้ค่าความชัน ทั้งนี้ตั้งแต่ปีค.ศ. 2016 เป็นต้นมา แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้ จะเป็นสัดส่วนของการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ ที่คำนวณจาก (ค่าความชัน * 5)/ค่าสถานภาพปีแรกที่ใช้ในการวิเคราะห์ ถ้า \(\beta\) , แรงกดดันสะสม (pressures,\(p\)) และความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศและสังคม (resilience, \(r\)) ซึ่งเป็นองค์ประกอบของสถานภาพที่เป็นไปได้ในอนาคตถูกละเว้น(โดยถือว่าแรงกดดันสะสมและความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศและสังคมถูกหักล้างกันอย่างสมบูรณ์) โดยเป็นดังสมการนี้ สมการที่ 6
\[ x(1 + trend), (Eq.6) \] โดย \(X\) ซึ่งเป็นสถานภาพปัจจุบัน ถ้า \(X=50\) และคาดว่าแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 10% ใน 5 ปี สถานภาพที่เป็นไปได้ในอนาคตจะเป็น 50 (1+0.10) = 55 ซึ่งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงสถานะตามสัดส่วน ดังนั้นโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง -100% ถึง +100% (หรือ -1.0 ถึง +1.0)
ค่าคะแนนของแรงกดดัน (\(p\)) แสดงผลสะสมของแรงกดดันหลายด้านที่มีอิทธิพลต่อเป้าหมายที่วิเคราะห์ ในทางที่ลดค่าคะแนนของเป้าหมาย โดยสามารถคำนวณได้จาก สมการที่ 7
\[ { p }\quad =\quad \gamma *{ p }_{ E }\quad +\quad (1-\gamma )*{ p }_{ S }, (Eq.7) \] โดย \(\gamma\) คือค่าถ่วงน้ำหนักของแรงกดดันทางนิเวศ (\(p_{E}\)) และทางสังคม (\(p_{S}\)) สำหรับการประเมินในระดับโลก จะใช้ \(\gamma=0.5\) คือองค์ประกอบย่อยทั้งคู่ มีความสำคัญเท่ากัน
สำหรับแรงกดดันทางนิเวศ \(p_{E}\) เป็นค่าที่คำนวณจากชั้นข้อมูล 5 หมวด (ภาพที่ 7) โดยแต่ละหมวด \(p_{i}\) คำนวณจากสมการที่ 7 เป็นผลรวมของ ค่าผลลัพธ์ระหว่างลำดับความอ่อนไหวต่อแรงกดดัน (sensitivity rank, \(W_{i}\) มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 3 ตามความรุนแรง, ตารางที่ 2) ของแต่ละชั้นข้อมูล ต่อเป้าหมายด้านที่สนใจ และความรุนแรงของแรงกดดันในแต่ละพื้นที่ (ค่า 0-1, \(S_{i}\)) จากนั้นผลรวมจะถูกหารด้วย 3 ซึ่งเป็นระดับความอ่อนไหวสูงสุด (มีความกดดันต่อเป้าหมายมากที่สุด)
\[ { p }_{ i }\quad =\quad \frac { \displaystyle\sum _{ i=1 }^{ N }{ { w }_{ i }{ s }_{ i } } }{ 3 }, (Eq.8) \]
ภาพรวมของ \(p_{E}\) ที่มีอิทธิพลต่อเป้าหมายแต่ละด้าน จะคำนวณจากการเฉลี่ยโดยถ่วงน้ำหนัก ของค่าคะแนนแต่ละหมวด หมวดที่มีอิทธิพลเป็นศูนย์จะไม่ถูกนำมาวิเคราะห์
\[ { p }_{ E }\quad =\quad \frac { \displaystyle\sum _{ i=1 }^{ N }{ { (w }_{ i\_ max }*{ p }_{ i }) } }{ \displaystyle\sum_{ i=1 }^{ N } { { w }_{ i\_ max } } }, (Eq.9) \]
ค่าแรงกดดันด้านสังคม หมายถึงการขาดประสิทธิภาพชองการบริหารจัดการ ซึ่งต้องคำนวณสำหรับแต่ละหน่วยพื้นที่ของการวิเคราะห์ โดยมีค่า 0-1 (ค่า 1 แสดงระดับความรุนแรงมากที่สุด) และค่า \(p_{s}\) คำนวณโดยเฉลี่ยผลกระทบ (\(Z_{i}\)) ของแรงกดดันหลายชั้นข้อมูล
\[ { p }_{ S }\quad =\quad \frac { \displaystyle\sum _{ i=1 }^{ N }{ z_{ i } } }{ N }, (Eq.10) \]
| ประเภทข้อมูล | ชื่อย่อชั้นข้อมูล | หมวด | หมวดย่อย |
|---|---|---|---|
| มลพิษประเภทสารเคมี Chemical pollution |
po_chemicals | นิเวศ | มลพิษ |
| มลพิษประเภทสารเคมีบริเวณชายฝั่ง Coastal chemical pollution |
po_chemicals_3nm | นิเวศ | มลพิษ |
| มลพิษประเภทเชื้อก่อโรค Pathogen pollution |
po_pathogens | นิเวศ | มลพิษ |
| มลพิษประเภทสารอาหาร Nutrient pollution |
po_nutrients | นิเวศ | มลพิษ |
| มลพิษประเภทสารอาหาร บริเวณชายฝั่ง Coastal nutrient pollution |
po_nutrients_3nm | นิเวศ | มลพิษ |
| ขยะพลาสติกในทะเล Marine plastics |
po_trash | นิเวศ | มลพิษ |
| ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น Nonindigenous species |
sp_alien | นิเวศ | ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น |
| การปนเปื้อนทางพันธุกรรม จากการหลุดรอด Genetic escapes |
sp_genetic | นิเวศ | ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น |
| แหล่งที่อยู่อาศัยหน้าดิน พื้นผิวอ่อนนุ่ม Subtidal soft bottom habitat destruction | hd_subtidal_sb | นิเวศ | การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ |
| แหล่งที่อยู่อาศัยหน้าดิน พื้นผิวแข็ง Subtidal hard bottom habitat destruction |
hd_subtidal_hb | นิเวศ | การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ |
| แหล่งที่อยู่อาศัยในบริเวณน้ำขึ้นน้ำลง Intertidal habitat destruction |
hd_intertidal | นิเวศ | การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ |
| การเก็บปะการัง Coral harvest pressure |
hd_coral | นิเวศ | การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ |
| ปริมาณการจับสัตว์น้ำที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยประมงพานิชย์
เทียบกับค่าผลผลิตเบื้องต้นสุทธิ High bycatch due to commercial fishing |
fp_com_hb | นิเวศ | แรงกดดันที่เกิดจากการทำประมง |
| ปริมาณการจับสัตว์น้ำที่ใช้ประโยชน์โดยประมงพานิชย์
เทียบกับค่าผลผลิตเบื้องต้นสุทธิ Low bycatch due to commercial fishing |
fp_com_lb | นิเวศ | แรงกดดันที่เกิดจากการทำประมง |
| ปริมาณการจับที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยประมงพื้นบ้าน
เทียบกับค่าผลผลิตเบื้องต้นสุทธิ High bycatch due to artisanal fishing |
fp_art_hb | นิเวศ | แรงกดดันที่เกิดจากการทำประมง |
| ปริมาณการจับสัตว์น้ำที่ใช้ประโยชน์โดยประมงพื้นบ้าน
เทียบกับค่าผลผลิตเบื้องต้นสุทธิ Low bycatch due to artisanal fishing |
fp_art_lb | นิเวศ | แรงกดดันที่เกิดจากการทำประมง |
| ปริมาณการจับสัตว์กลุ่มวาฬ โลมา เต่าทะเล Targeted harvest of cetaceans and marine turtles |
fp_targetharvest | นิเวศ | แรงกดดันที่เกิดจากการทำประมง |
| อุณหภูมิผิวหน้าน้ำทะเล Sea surface temperature |
cc_sst | นิเวศ | การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก |
| ความเป็นกรดของมหาสมุทร Ocean acidification |
cc_acid | นิเวศ | การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก |
| ปริมาณรังสียูวี UV radiation |
cc_uv | นิเวศ | การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก |
| การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล Sea level rise |
cc_slr | นิเวศ | การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก |
| ความจำกัดของระบบการบริหารจัดการ Weakness of governance |
ss_wgi | สังคม | สังคม |
| ความจำกัดของความก้าวหน้าด้านสังคม Weakness of social progress |
ss_spi | สังคม | สังคม |
ที่มา: ohi-science.com
| เป้าหมาย | องค์ประกอบ | cc_acid | cc_slr | cc_sst | cc_uv | fp_art_hb | fp_art_lb | fp_com_hb | fp_com_lb | fp_targetharvest | hd_coral | hd_intertidal | hd_subtidal_hb | hd_subtidal_sb | po_chemicals | po_chemicals_3nm | po_nutrients | po_nutrients_3nm | po_pathogens | po_trash | sp_alien | sp_genetic | ss_spi | ss_wgi |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| AO | 3 | 2 | 1 | 1 | 3 | 1 | 1 | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||
| CP | coral | 1 | 2 | 3 | 1 | 1 | 3 | 1 | 2 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||
| CP | mangrove | 2 | 3 | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||||||
| CP | saltmarsh | 3 | 3 | 1 | 2 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||||
| CP | seagrass | 1 | 3 | 2 | 3 | 2 | 3 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||
| CP | seaice shoreline | 2 | 3 | 1 | 1 | |||||||||||||||||||
| CS | mangrove | 1 | 3 | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||||||
| CS | saltmarsh | 2 | 3 | 1 | 2 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||||
| CS | seagrass | 1 | 2 | 2 | 3 | 2 | 3 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||
| CW | 3 | 3 | 3 | 3 | 1 | 1 | ||||||||||||||||||
| ECO | Aquarium Trade Fishing | 1 | 1 | 3 | 1 | 3 | 2 | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||
| ECO | Commercial Fishing | 2 | 1 | 3 | 1 | 1 | 2 | 2 | 2 | 1 | 1 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||
| ECO | Mariculture | 1 | 2 | 3 | 1 | 1 | ||||||||||||||||||
| ECO | Marine Mammal Watching | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||||||||
| ECO | Tourism | 2 | 3 | 3 | 3 | 3 | 1 | 1 | ||||||||||||||||
| ECO | Wave & Tidal Energy | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||||||||
| FIS | 2 | 1 | 3 | 1 | 1 | 2 | 2 | 1 | 1 | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||
| HAB | coral | 1 | 1 | 3 | 1 | 3 | 1 | 3 | 1 | 2 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||
| HAB | mangrove | 1 | 3 | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||||||
| HAB | saltmarsh | 2 | 3 | 1 | 2 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||||
| HAB | seagrass | 1 | 2 | 2 | 3 | 2 | 3 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||
| HAB | seaice edge | 1 | 3 | 1 | 1 | |||||||||||||||||||
| HAB | soft bottom | 1 | 3 | 1 | 3 | 2 | 2 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||
| ICO | 1 | 1 | 2 | 2 | 2 | 3 | 2 | 3 | 1 | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||
| LIV | Commercial Fishing | 2 | 1 | 3 | 1 | 1 | 2 | 2 | 2 | 1 | 1 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||
| LIV | Mariculture | 1 | 2 | 3 | 1 | 1 | ||||||||||||||||||
| LIV | Marine Mammal Watching | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||||||||
| LIV | Ports & Harbors | 2 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||||||||
| LIV | Ship & Boat Building | 1 | 1 | |||||||||||||||||||||
| LIV | Tourism | 2 | 3 | 3 | 3 | 3 | 1 | 1 | ||||||||||||||||
| LIV | Transportation & Shipping | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||||||||
| LIV | Wave & Tidal Energy | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||||||||
| LSP | 1 | 3 | 2 | 2 | 2 | 3 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||||
| MAR | 1 | 2 | 3 | 1 | 1 | |||||||||||||||||||
| NP | fish oil | 1 | 2 | 2 | 2 | 1 | 1 | 1 | 1 | |||||||||||||||
| NP | ornamentals | 1 | 3 | 1 | 3 | 2 | 1 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||
| NP | seaweeds | 1 | 1 | 2 | 2 | 1 | 1 | 1 | ||||||||||||||||
| SPP | 1 | 1 | 1 | 2 | 1 | 3 | 1 | 1 | 2 | 2 | 3 | 2 | 3 | 1 | 1 | 1 | 1 | 1 | ||||||
| TR | 2 | 3 | 3 | 3 | 3 | 1 | 1 |
หมายเหตุ ค่า 0-3 หมายถึงระดับความรุนแรงของแรงกดดัน โดย 0 หมายถึงความรุนแรงน้อย และ 3 คือความรุนแรงมาก ที่มา: ohi-science.org
ค่าความสามารถในการฟื้นตัว (resilience) เป็นอิทธิพลเชิงบวกต่อดัชนีคุณภาพมหาสมุทร และเป็นปัจจัยที่หักล้างผลของแรงกดดัน โดยแบ่งเป็นหมวดความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศ และทางสังคม (ภาพที่ 8 และตารางที่ 3) ในหมวดความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศ ยังแบ่งเป็นองค์ประกอบอีก 2 ด้านคือ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และระเบียบข้อบังคับที่ใช้ควบคุมแรงกดดันแต่ละด้าน โดยแบ่งเป็นอีกหมวดย่อย 6 หมวด (ตามแรงกดดัน 5 ด้าน และเฉพาะด้านของเป้าหมาย) โดยแต่ละหมวดย่อยมีความสำคัญเท่ากัน ค่าคะแนน จะมีการปรับให้อยู่ระหว่าง 0-1
เป้าหมายนี้ วัดปริมาณอาหารที่ได้จากทะเล ที่เก็บเกี่ยวด้วยวิธีที่ไม่กระทบความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำ ในแต่ละพื้นที่ EEZ สำหรับการบริโภค หรือการส่งออก ดังนั้นจึงรวมถึงผลผลิตสัตว์น้ำที่ได้จากการประมงทะเลและชายฝั่ง (ทั้งประมงพื้นบ้านและพาณิชย์) และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทั้งการผลิตระดับเพื่อการบริโภคในท้องถิ่น และเชิงพาณิชย์) ค่าคะแนนเป็นตัวบ่งชี้ว่า ผลผลิตสัตว์น้ำจากการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีปริมาณที่เหมาะสม ด้วยวิธีการที่ยั่งยืนหรือไม่ คะแนน 100 คะแนน สะท้อนถึงปริมาณการผลผลิตสูงสุด ที่ยังคงความยั่งยืนของทรัพยกรประมง และจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป้าหมายนี้ไม่ได้วัดความมั่นคงของอาหาร หากแต่วัดปริมาณการผลิตและใช้ประโยชน์จากทะเลและมหาสมุทร คะแนนของเป้าหมายนี้ เป็นค่าเฉลี่ยของ 2 เป้าหมายย่อย คือ (1) การประมงทะเลและชายฝั่ง (Fisheries, FIS) และ (2) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (Mariculture, MAR) ที่ถ่วงน้ำหนักด้วยสัดส่วนของปริมาณที่จับจากธรรมชาติ ก้บผลผลิตทั้งหมด
ประมวลผลสองส่วนคือ ปริมาณการจับ (ตัน) และปริมาณการจับที่ไม่ส่งผลต่อความยั่งยืนของประชากรสัตว์น้ำ (ภาพที่ 10) ซึ่งคะแนนที่สูงสุดจะเกิดจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประมงอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เกณฑ์การจับที่เหมาะสม ดังนั้นการจับเกิน หรือต่ำกว่ากำลังผลิตของแต่ละ stock นำไปสู่คะแนนที่น้อยลง ตัวแปรที่เป้าหมายย่อยนี้ใช้คือ สัดส่วนของค่ามวลชีวภาพ (biomass, \(B\)) เทียบกับ ค่ามวลชีวภาพที่ให้ผลผลิตทางการประมงสูงสุดโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของประชากร (biomass at maximum sustainable yield, \(B_{MSY}\)) (\(B/B_{MSY}\)) ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0 – 1 ทั้งนี้การวิเคราะห์เป็นผลลัพธ์ของการคำนวนแต่ละ stock (ชนิด หรือ กลุ่ม แล้วแต่วิธีการบันทึกปริมาณการจับ) ข้อมูลปริมาณการจับ (Watson 2018) นำมาคำนวณค่าในสองส่วนคือ (1) การคำนวณ catch-MSY (เช่น Martell & Froese 2013) ใช้เป็นตัวแทน \(B/B_{MSY}\) ในกรณีที่ขาดข้อมูล \(B/B_{MSY}\) และ (2) การคำนวณสัดส่วนความสำคัญของสัตว์น้ำแต่ละชนิด (หรือกลุ่มอนุกรมวิธาน) ทั้งค่า \(B/B_{MSY}\) ได้มาจากฐานข้อมูล RAM Legacy Stock Assessment Database (Ricard et al. 2012) ที่ประเมินสถานภาพของประชากรปลาชนิดที่สำคัญ ตามการเขตในทะเลของ ขององค์การอาหารและการเกษตร แห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO)
คะแนนสถานภาพของเป้าหมายย่อยนี้ (\(x_{fis}\)) สำหรับแต่ละพื้นที่ และแต่ละปี คำนวณจากค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (geometric mean) ของค่าสถานภาพของแต่ละ stock (\(SS\)) (สมการที่ 14) ซึ่งคิดจากระดับของ \(B/B_{MSY}\) (สมการ 15) และถ่วงน้ำหนักความสำคัญของปริมาณการจับสัตว์น้ำ แต่ละชนิด (\(C_{i}\)) ทั้งนี้ \(i\) หมายถึงแต่ละกลุ่มอนุกรมวิธาน และ \(n\) คือจำนวนกลุ่มอนุกรมวิธานทั้งหมด ที่มีการรายงานการจับ ระยะยาว (time series) ในแต่ละพื้นที่
\[ x_{fis} = \prod _{ i=1 }^{ n }{ { SS }_{ i }^{ (\frac { { C }_{ i } }{ \sum { { C }_{ i } } } ) } }, (Eq.15) \]
ค่า \(B/B_{MSY}\) ที่นำมาใช้ในการคำนวณค่าสถานภาพ ของแต่ละ stock (\(SS\)) จะให้ค่าคะแนนสูงสุด ต่อเมื่อ \(B/B_{MSY}\) มีค่าเท่ากับ 1% ± 5% error (0.95-1.0)
สมการที่ 16
หากไม่มีข้อมูล \(B/B_{MSY}\) หรือ catch/catch-MSY ซึ่งทำได้เฉพาะกลุ่มอนุกรมวิธานที่มีรายละเอียดระดับชนิดเท่านั้น จำเป็นจะต้องมีการประมาณการข้อมูล \(SS\) โดยจะใช้ค่าเฉลี่ยของค่าสถานภาพของชนิดอื่นๆ ในพื้นที่ แต่จะถูกปรับลดคะแนน ตามประเภทของกลุ่มอนุกรมวิธานที่จัดเก็บข้อมูลได้ (ถ้าจัดเก็บได้ในระดับชนิด ไม่มีการลดทอนคะแนน, 1 ไปจนถึง ที่ระบุกลุ่มไม่ได้ ลดทอน 0.1) (ตารางที่ 5)
| รหัสหน่วยอนุกรมวิธาน ISSCAAP taxon code |
คำอธิบาย | อัตราส่วนของคะแนน หลังจากการลดทอน Penalty (gapfilled score multiplied by value) |
|---|---|---|
| 1 | ชื่อทั่วไป ที่ไม่สามารถระบุรายละเอียดทางอนุกรมวิธานได้ e.g., Marine fishes not identified, Miscellaneous marine molluscs | 0.1 |
| 2 | Class, Subclass, Subphylum (e.g., Cephalopoda, Holocephali, Crustacea) | 0.25 |
| 3 | อันดับ (e.g., Chimaeriformes, Octopoda) | 0.5 |
| 4 | วงศ์ (e.g., Lamnidae, Squillidae) | 0.8 |
| 5 | สกุล (e.g., Strongylocentrotus, Scyllarides) | 0.9 |
| 6 | ชนิด | 1 (ไม่ลดทอน) |
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| fish_b_bmsy | B/Bmsy estimates | ค่าประมาณสัดส่วนของมวลชีวภาพ (biomass) และ มวลชีวภาพที่การจับสูงสุด B/Bmsy คิดในระดับ stock ของแต่ละชนิด ตามเขตการจับของ FAO (ได้จากฐานข้อมูล RAM Legacy หรือคำนวณ catch-MSY) |
| fis_meancatch | Fishery catch data | ปริมาณการจับสัตว์น้ำแยกตามชนิด (หรือกลุ่มอนุกรมวิธานตามหลักการเรียกของ FAO) ย้อนหลังถึงปี ค.ศ. 2000 จากฐานข้อมูลระดับโลกที่พัฒนาโดย Watson (2018) |
แนวโน้ม คำนวณจากการอัตราเปลี่ยนแปลงของค่า คะแนนสถานภาพ
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 12) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 4 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 11 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 3 หมวดย่อย ประกอบด้วย 7 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายย่อยนี้ ประเมินว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง อยู่ในระดับที่ยั่งยืน หรือไม่เมื่อเทียบกับศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในการประเมินปี 2019 ได้มีการอ้างอิงค่าศักยภาพจากงานของ Gentry et al. (2019) ซึ่งมีการประเมินค่าศักยภาพสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง โดยวิธีการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ ที่ระดับความละเอียดของข้อมูลค่อนข้างสูง ดังนั้น เป้าหมายย่อยนี้จึงตั้งค่าอ้างอิงที่ 1% ของศักยภาพของปริมาณการจับจากการเพาะเลี้ยงชายฝั่งของแต่ละพื้นที่ (\(Y_{r,ref}\)) การคำนวณคะแนนของเป้าหมายย่อย \(x_{mar}\) ที่มีการปรับขนาดใหม่ตามศักยภาพของผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ (\(Y_{C}\)) ในแต่ละประเทศ (\(C\)) คูณด้วยค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักผลผลิตของความยั่งยืนของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในแต่ละประเทศ (\(S_{C}\)) คำนวณได้จากสมการ 17
\[ x_{mar} = Y_{c} \ \times \ S_{c}, \ (Eq.17) \]
โดยที่
\[ Y_{c}= \frac {\displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { Y }_{ k } }}{Y_{r, ref}}, \ (Eq.18) \]
โดยที่
\[ S_{c} = \frac { \displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { Y }_{ k }{ S }_{ k,r } } } {{\displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { Y }_{ k } }}}, (Eq.19) \]
โดย \(Y_{k}\) คือ ปริมาณการจับย้อนหลัง 4 ปี สำหรับสัตว์น้ำแต่ละชนิด (k) ที่มีการเพาะเลี้ยงในปัจจุบัน หรืออดีต และ \(S_{k,r}\) เป็นคะแนนความยั่งยืน (Marine Sustainability Index, MSI) ของการเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ละชนิด ในพื้นที่นั้นๆ โดยค่า MSI คิดจากเกณฑ์ 3 หมวดใหญ่ๆ คือ การบำบัดน้ำเสีย แหล่งอาหารสัตว์น้ำ (ปลาป่น หรือ แหล่งอื่น) และแหล่งลูกพันธุ์ (จากโรงเพาะฟัก หรือจากธรรมชาติ)
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| mar_harvest_tonnes | Mariculture harvest | ปริมาณการจับจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นตัน แยกตามชนิด ย้อนหลัง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 |
| mar_sustainability_score | Mariculture sustainability score | ค่าสัมประสิทธิ์ ความยั่งยืน Mariculture Sustainability Index (MSI) คิดเป็นรายชนิด |
| mar_capacity | Potential tonnes of mariculture harvest | ปริมาณศักยภาพการจับ (ตัน) สำหรับแต่ละภูมิภาค (Gentry et al. 2019) |
แนวโน้ม คำนวณจากการอัตราเปลี่ยนแปลงของค่าคะแนนสถานภาพ
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 13) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 3 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 5 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 2 หมวดย่อย ประกอบด้วย 3 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายนี้ ประเมินว่าชาวประมงพื้นบ้านมีโอกาสมากน้อยเพียงใด ที่จะเข้าถึงทรัพยากรทางทะเล เมื่อมีความจำเป็น และความยั่งยืนของการเก็บเกี่ยวประชากรสัตว์น้ำ โดยการประมงพื้นบ้าน
ความจำเป็นสำหรับการทำประมงพื้นบ้าน มีความสัมพันธ์กับร้อยละของประชากรที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน (รายได้) การเข้าถึง หรือ ความสามารถในการตอบสนองต่อความจำเป็นนี้ วัดได้จากการอนุญาตของหน่วยงาน หรือ การสนับสนุนการทำการประมงพื้นบ้าน ความยั่งยืนของการทำประมงพื้นบ้านหมายถึงความยั่งยืนของเครื่องมือประมง เครื่องมือที่มีความยั่งยืนได้แก่เบ็ดตกปลา (hook and line) แทนที่จะเป็นการระเบิดปลา และการใช้อวนติดตา
ค่าคะแนนของเป้าหมายนี้ (\(x_{ao}\)) เป็นการวัดความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ของการทำประมงพื้นบ้าน (\(D_u\)) ซึ่งรวมการวัดโอกาสการเข้าถึงทรัพยากร สำหรับการประมงพื้นบ้าน (\(O_{ao}\)) และความยั่งยืนของวิธีการทำประมง (\(S_{ao}\)) (สมการที่ 20, 21)
\[ x_{ao} = (1 – D_u) * S_{ao}, (Eq.20) \] \(x_{ao}\) คือ ค่าคะแนนของสถานภาพ ao
\(D_u\) คือ ความต้องการการทำประมงที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง (จากกิจกรรมประมงพื้นบ้าน) ซึ่งใช้รายได้ เป็นตัวบ่งชี้
\(S_{ao}\) คือ ระดับความยั่งยืนของวิธีการทำการประมง คิดจากสัดส่วนของชาวประมงที่ใช้เครื่องมือที่ยั่งยืน และไม่ยั่งยืน ซึ่งในการประเมินระดับโลก ให้ค่านี้เป็น 1 เนื่องจากไม่มีข้อมูลดังกล่าว (สมมติให้จำนวนของเครื่องมือทั้งสองประเภท เท่ากัน)
\[ D_{u} = (1 – PPPpcGDP) * (1 – O_{ao}), (Eq.21) \]
\(PPPpcGDP\) คือ ค่าลอการิทึมธรรมชาติ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross domestic products, GDP) ต่อหัว (GDP/จำนวนประชากร) ที่มีการปรับตามค่าของเงินภาวะความเสมอภาคของอำนาจการซื้อ (Purchasing Power Parity) (World Bank, http://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.PCAP.PP.KD) ซึ่งมีการปรับ \(PPPpcGDP\) เป็นค่า 0-1 โดยการหารค่าของแต่ละ EEZ ด้วยค่าในระดับ 95 เปอร์เซ็นไทล์ เมื่อคิดทุก EEZ และทุกปี (2005 ถึง 2015) ร่วมกัน
\(O_{ao}\) คือโอกาสการเข้าถึงทรัพยากร โดยใช้ข้อมูลจาก UN SDG (Food and Agriculture Organization of the United Nations, 2023) ซึ่งให้คะแนนประเทศต่างๆ เกี่ยวกับมาตรการสถาบันที่สนับสนุนหรือปกป้องการเข้าถึงการประมงแบบดั้งเดิมและขนาดเล็ก ข้อมูลดังกล่าวมาจากคำตอบของประเทศสมาชิก FAO ต่อแบบสอบถามจรรยาบรรณการประมงที่รับผิดชอบ (CCRF) โดย FAO แจกจ่ายให้กับสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (INGO) ทุก 2 ปี และอยู่ในระดับคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 1
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| ao_access | Artisanal fisheries opportunity | โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรประมง ในการทำประมงพื้นบ้าน ใช้คะแนนจากแบบสอบถามเกี่ยวกับแผนและวิธีการจัดการประมงเพื่อสันทนาการ และประมงพื้นบ้าน (Food and Agriculture Organization of the United Nations, 2023) |
| ao_need | Economic need for artisanal fishing | ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สำหรับการทำประมงพื้นบ้าน คำนวณจากส่วนต่างจาก 1 ของ ค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (รายได้ในประเทศ) ต่อหัว ที่มีการปรับค่าเงิน และปรับสเกลให้เป็น 0-1 |
ข้อมูลแนวโน้ม คำนวณจากการอัตราเปลี่ยนแปลงของค่าคะแนนสถานภาพ อย่างไรก็ตามค่า โอกาสการเข้าถึงทรัพยากรเป็นค่าที่ใช้จากบทความวิจัย ซึ่งไม่ได้มีการปรับปรุงหลังจากปี ค.ศ. 2009 ทำให้โอกาสฯ มีค่าคงที่ตลอดระยะเวลาการประเมิน ส่วนค่าที่มีการเปลี่ยนแปลงคือรายได้
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 4 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 9 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 3 หมวดย่อย ประกอบด้วย 7 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป็นการวัดความศักยภาพในการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเลที่ไม่ใช่อาหาร เช่นปะการัง เปลือกหอย สาหร่ายทะเล ไม้ในป่าชายเลน และปลาสวยงาม เป้าหมายนี้จะคล้ายกับการประเมินเป้าหมาย FP แต่จะเน้นไปทางทรัพยากรที่ไม่ใช่อาหาร ในปีค.ศ. 2020 ทรัพยากรที่นำมาใช้ในการประเมินเป้าหมายนี้ มีเพียง 3 กลุ่มคือ น้ำมันปลาและปลาป่น (fish oil and fish meal) ปลาสวยงามที่รวมรวมจากธรรมชาติ (ornamentals) และสาหร่ายทะเล (seaweeds) เนื่องจากทรัพยากรทั้งสามประเภทมีการจับ/เก็บเกี่ยว เป็นปริมาณมาก และมีความสำคัญ เมื่อเทียบกับทรัพยากรกลุ่มอื่นๆ (ตารางที่ 6)
ข้อมูลที่ใช้สำหรับการประเมินเป้าหมายนี้คือปริมาณ มูลค่า และดัชนีความยั่งยืนของวิธีการเก็บเกี่ยวทรัพยากร จุดอ้างอิงพัฒนามาจากความสัมพันธ์ของการเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับทรัพยากรแต่ละชนิด เมื่อเทียบกับปริมาณทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่
| ประเภท | ประเภทย่อย |
|---|---|
| ปะการัง | Coral and the like (ไม่รวมในการวิเคราะห์ ปี 2020) เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่ไม่ควรนำมาใช้ประโยชน์ |
| ปลาป่น และน้ำมันปลา (fish oil)* | Lepidotrigla brachyoptera, Etmopterus spinax, Pomacanthidae, Labridae, Tautogolabrus adspersus, Champsocephalus esox, Trachichthyidae, Platycephalidae, Holocentridae, Tripterophycis gilchristi, Aplodactylus punctatus, Blicca bjoerkna, Alepes djedaba, Batrachoididae, Lutjanus vitta, Scorpaenidae, Boreogadus saida, Trisopterus minutus, Barbourisia rufa, Mullidae, Pelates quadrilineatus, Centrolabrus exoletus, Percarina demidoffi, Caproidae, Archosargus rhomboidalis, Lepidorhombus boscii, Harengula thrissina, Liza saliens, Ariomma indica, Spicara smaris, Citharidae, Clupea pallasii, Hemiramphus balao, Gymnocephalus cernuus, Diplodus annularis, Mugil incilis, Grammoplites suppositus, Acanthurus sohal, Petromyzontidae, Ctenolabrus rupestris, Macroramphosus scolopax, Nemipterus randalli, Acanthuridae, Diplodus argenteus, Channichthys rhinoceratus, Centriscops humerosus, Symphodus melops, Coelorinchus chilensis, Isopisthus parvipinnis, Bothidae, Uranoscopus scaber, Decapterus spp, Sillago sihama, Cyttus novaezealandiae, Rioraja agassizi, Cephalopholis fulva, Lepidoperca pulchella, Soleidae, Crenidens crenidens, Xyrichtys novacula, Stromateidae, Pterygotrigla picta, Clupeoidei, Citharichthys sordidus, Lile stolifera, Aphia minuta, Nematalosa nasus, Bothus pantherinus, Ostraciidae, Trachinidae, Conodon nobilis, Priacanthus macracanthus, Selar crumenophthalmus, Mulloidichthys flavolineatus, Oblada melanura, Larimus breviceps, Gerres oblongus, Exocoetidae, Mugil curema, Cephalopholis hemistiktos, Serranus cabrilla, Apogonidae, Amphichthys cryptocentrus, Scomberoides tol, Cephalopholis miniata, Lutjanus quinquelineatus, Eucinostomus melanopterus, Mullus argentinae, Sebastes viviparus, Engraulis mordax, Cottidae, Engraulidae, Tetraodontidae, Myctophidae, Gerres oyena, Ammodytes spp, Pomadasys stridens, Dicologlossa cuneata, Atherinidae, Oligoplites refulgens, Gadiculus argenteus, Monacanthidae, Lethrinus borbonicus, Menidia menidia, Hemiramphus brasiliensis, Caesionidae, Spicara maena, Stromateus brasiliensis, Atule mate, Cheilodactylus variegatus, Peprilus paru, Rhabdosargus haffara, Epinephelus merra, Decapterus russelli, Amblygaster sirm, Selene peruviana, Diapterus auratus, Argentina sphyraena, Gerres nigri, Pagellus acarne, Bregmaceros mcclellandi, Encrasicholina punctifer, Etrumeus teres, Cynoscion jamaicensis, Eutrigla gurnardus, Trisopterus luscus, Dentex angolensis, Trachurus lathami, Pennahia anea, Sillaginidae, Synodontidae, Benthosema pterotum, Liza klunzingeri, Boops boops, Ilisha africana, Maurolicus muelleri, Pentanemus quinquarius, Coregonus albula, Chloroscombrus orqueta, Nemipterus japonicus, Chirocentrus nudus, Brachydeuterus auritus, Anodontostoma chacunda, Nemipteridae, Dussumieria acuta, Drepane africana, Mullus surmuletus, Decapterus macrosoma, Urophycis brasiliensis, Opisthonema oglinum, Triglidae, Isacia conceptionis, Pellona ditchela, Macrodon ancylodon, Lactarius lactarius, Brama australis, Konosirus punctatus, Cynoglossidae, Gobiidae, Sprattus fuegensis, Patagonotothen ramsayi, Mullus barbatus, Capros aper, Cephalopholis boenak, Clupanodon thrissa, Pseudotolithus elongatus, Mene maculata, Sardinella aurita, Sardinops caeruleus, Micromesistius australis, Umbrina canosai, Leiognathidae, Ethmidium maculatum, Limanda limanda, Sardinella spp, Harpadon nehereus, Normanichthys crockeri, Selaroides leptolepis, Engraulis anchoita, Sardinella gibbosa, Trachurus spp, Rastrelliger kanagurta, Pennahia argentata, Sardinella lemuru, Ilisha elongata, Sardinella longiceps, Etrumeus whiteheadi, Sprattus sprattus, Rastrelliger brachysoma, Opisthonema libertate, Sardinella maderensis, Cetengraulis mysticetus, Tenualosa ilisha, Engraulis encrasicolus, Ethmalosa fimbriata, Ammodytes personatus, Larimichthys polyactis, Merluccius productus, Sardina pilchardus, Strangomera bentincki, Cololabis saira, Micromesistius poutassou, Engraulis japonicus, Engraulis ringens, Sardinops sagax, Sardinops melanostictus, Mallotus villosus, Clupea harengus, Sardinops ocellatus, Brevoortia patronus, Trisopterus esmarkii, Anchoa nasus, Trachurus japonicus, Stephanolepis cirrhifer, Pseudopentaceros wheeleri, Clupeonella cultriventris, Decapterus maruadsi, Electrona carlsbergi, Moridae, Arctoscopus japonicus, Alosa pseudoharengus, Lampanyctodes hectoris, Gerreidae, Patagonotothen brevicauda, Synagrops japonicus, Sardinella zunasi, Hypoptychus dybowskii, Psenopsis anomala, Chlorophthalmidae, Gasterosteus aculeatus, Caranx rhonchus, Zoarces viviparus, Nemipterus virgatus, Peprilus triacanthus, Pagellus bellottii, Trachurus trachurus, Brevoortia tyrannus, Trachurus murphyi |
| ปลาทะเลสวยงาม (Ornamentals)* | Ornamental saltwater fish, Ornamental fish nei |
| สาหร่ายทะเล (Seaweeds)* | [Chondracanthus chamissoi], [Porphyra columbina], [Spirulina maxima], Aquatic plants nei, Babberlocks, Bright green nori, Dark green nori, Sea lettuces nei, Brown seaweeds, Caulerpa seaweeds, [Meristotheca senegalense], Dulse, Elkhorn sea moss, Eucheuma seaweeds nei, Fragile codium, Fusiform sargassum, Gelidium seaweeds, Giant kelp, Gracilaria seaweeds, Green laver, Harpoon seaweeds, Japanese isinglass, Japanese kelp, Kelp nei, Laver (Nori), Mozuku, Nori nei, Red seaweeds, Sea belt, Seaweeds nei, Spiny eucheuma, Tangle, Wakame, Wakame nei, Warty gracilaria, Giant kelps nei, Green seaweeds, Coarse seagrape, [Sargassum spp], Spirulina nei, [Dunaliella salina], [Capsosiphon fulvescens], Slender wart weed |
| เปลือกหอย(shells) | Abalone shells, Miscellaneous corals and shells, Mother of pearl shells, Oyster shells, Sea snail shells, Shells nei, Trochus shells (ไม่รวมในการวิเคราะห์ ปี 2020) เนื่องจากมีมูลค่าน้อย และมีความผันแปรระหว่างปีมาก |
| ฟองน้ำ (sponges) | Natural sponges nei, Natural sponges other than raw, Natural sponges raw (ไม่รวมในการวิเคราะห์ ปี 2020) เนื่องจากมีมูลค่าน้อย และมีความผันแปรระหว่างปีมาก |
การประเมินคะแนนสำหรับเป้าหมายนี้จะถัวเฉลี่ยค่าคะแนนของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท (\(P_c\)) ตามน้ำหนักความสำคัญ (\(w_{c}\)) (สมการที่ 19)
\[ x_{np} = \frac { \displaystyle\sum _{ c=1 }^{ N }{ { P }_{ c }\ast { w }_{ c } } }{ { { N } } }, (Eq.19) \]
โดยที่ \(N\) คือ จำนวนประเภทของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ, \(c\), ที่มีการเก็บเกี่ยว (ตารางที่ 6) และค่า \(w_{c}\)เป็นสัดส่วนความสำคัญตามมูลค่าของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแต่ละประเภท (คิดตามมูลค่า USD, np_harvest_product_weight) คำนวณเป็นสัดส่วนของ ค่าเฉลี่ย 5 ปี ของมูลค่าผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีของมูลค่าผลิตภัณฑ์ทุกประเภท ของประเทศนั้นๆ ทั้งนี้มูลค่าของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทอ้างอิงจากฐานข้อมูลของ FAO (ตารางที่ 7)
| ประเภท | ประเภทย่อย |
|---|---|
| ปลาป่นและน้ำมันปลา | Alaska pollock oil, nei, Anchoveta oil, Capelin oil, Clupeoid oils, nei, Cod liver oil, Fish body oils, nei, Fish liver oils, nei, Gadoid liver oils, nei, Hake liver oil, Halibuts, liver oils, Herring oil, Jack mackerel oil, Menhaden oil, Pilchard oil, Redfish oil, Sardine oil, Shark liver oil, Shark oil, Squid oil, Pelagic fish oils, nei, Gadiformes, oil, nei, Demersal fish oils, nei, Alaska pollock, oil, nei |
| ปลาทะเลสวยงาม | Ornamental saltwater fish, Ornamental fish nei |
| สาหร่ายทะเล | Agar agar in powder, Agar agar in strips, Agar agar nei, Carrageen (Chondrus crispus), Kelp, Kelp meal, Other brown algae (laminaria, eisenia/ecklonia), Other inedible seaweeds, Seaweeds and other algae, unfit for human consumption, nei, Other red algae, other seaweeds and aquatic plants and products thereof, Seaweeds and other algae, fit for human consumption, nei |
ค่าสถานภาพของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ แต่ละกลุ่ม สำหรับประเภท สาหร่ายทะเลและปลาสวยงามที่เก็บจากธรรมชาติ ค่าคะแนนสถานภาพ (\(P_{c}\)) คำนวณจากสมการที่ 20
\[ P_c = { H }_{ c }\ast { S }_{ c } , (Eq.20) \]
โดยที่ \(H_{c}\) เป็นระดับการเก็บเกี่ยวเมื่อเทียบกับระดับการเก็บเกี่ยวสูงสุดที่ใช้เป็นจุดอ้างอิงของแต่ละกลุ่ม และ S_c เป็นระดับความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้การคำนวณ ค่า \(H_{c}\) และ \(S_{c}\)จะแตกต่างกันไปตามประเภทผลิตภัณฑ์
สาหร่ายทะเลและปลาสวยงามที่เก็บจากธรรมชาติ
ค่า \(H_{c}\)
คำนวณจากปริมาณการเก็บเกี่ยวในปีล่าสุด (ตัน, np_seaweed_tonnes,
np_orn_tonnes_relative) ในแต่ละประเทศ
เทียบกับปริมาณสูงสุดที่เคยเก็บเกี่ยวได้ในประเทศนั้นๆ
น้ำมันปลาและปลาป่น ค่า \(H_{c}\) จะใช้ปริมาณการจับ แบบเดียวกับที่ใช้ในเป้าหมายย่อย FIS ของเป้าหมาย FP แต่จะเลือกเฉพาะชนิดที่อยู่ในตารางที่ 6 ซึ่งเป็นชนิดที่เป็นวัตถุดิบของน้ำมันปลา และปลาป่น จากนั้นหาผลคูณของ 0.9 กับผลรวมน้ำหนักของปลาทุกชนิดในตารางที่ 6 (สัดส่วนของปริมาณการจับที่นำมาใช้ทำน้ำมันปลา และปลาป่น)
ปลาสวยงามที่จับจากธรรมชาติ จะคำนวณจาก โอกาสเผชิญกับสิ่งคุกคาม (exposure term, \(E_{c}\), np_exposure_orn) และ ค่าความเสี่ยง (risk term, \(R_{c}\), np_risk_orn) (สมการที่ 21)
\[ S_{c} = 1- average({ E_c+R_c }), (Eq.21) \]
\(E_{c}\) เป็นลอการิทึมธรรมชาติ (ln-transformation) ของระดับการจับปลาสวยงาม ของแต่ละประเทศ (คิดจากปริมาณการจับ (ตัน) ต่อพื้นที่ (km2) ของแนวปะการัง หรือแนวหิน (hab_rockyreef_extent) เทียบกับค่าสูงสุดระดับโลก (global maximum) และ \(R_{c}\) เป็นการพิจารณาว่าใช้วิธีการจับปลาสวยงาม มีความยั่งยืนหรือไม่ (เช่น การใช้ไซยาไนด์ หรือ ระเบิด ที่ก่อให้เกิดความไม่ยั่งยืน) ทั้งนี้การวิเคราะห์นี้สมมติว่าปลาสวยงามจากธรรมชาติอาศัยอยู่ในบริเวณแนวปะการัง
สาหร่ายทะเล ค่า \(S_{c}\) คำนวณจากค่าคะแนนความยั่งยืนของการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง (mariculture sustainability scores, np_seaweed_sust) ที่อยู่ในคำแนะนำสำหรับผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงที่พัฒนาโดยโปรแกรม Monterey Bay Aquarium Seafood Watch โดยค่าความยั่งยืนพิจารณาจาก คุณภาพข้อมูล ปริมาณและคุณภาพน้ำทิ้ง ความเสี่ยงต่อการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ การใช้สารเคมี อาหาร การหลุดรอด โรค แหล่งประชากรที่ใช้ การทำลายผู้ล่าและสัตว์ป่าธรรมชาติ และการหลุดลอดของชนิดพันธุ์แอบแฝง (เช่นปรสิต) (Monterey Bay Aquarium Seafood Watch, 2023) มีการปรับค่าให้เป็นสเกล 0-1
น้ำมันปลา ค่าความยั่งยืนคำนวณโดยใช้สัดส่วน \(B/B_{MSY}\) (แบบเดียวกับที่ประเมินเป้าหมายย่อย FIS) (np_fofm_scores)
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| hab_rockyreef_extent | Habitat extent of rocky reef | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัย ที่เป็นแนวหิน/แนวปะการัง (ใช้เป็นฐานในการคำนวน exposure (Ec) คิดเทียบกับปริมาณการจับ) |
| np_seaweed_sust | Seaweed mariculture sustainability score | ดัชนีความยั่งยืนของการเพาะเลี้ยงสาหร่าย ที่ใช้ดัชนีการเพาะเลี้ยงชายฝั่งอย่างยั่งยืน (MSI) |
| np_fofm_scores | Fish oil and fish meal score | คะแนนที่คิดจากปริมาณการจับปลาแต่ละชนิด (หรือกลุ่ม) ที่เป็นวัตถุดิบของปลาป่น และน้ำมันปลา ด้วยวิธีการที่ยั่งยืนและไม่ยั่งยืน ค่าคะแนนจะถูกลดทอนทั้งแบบการจับที่สูงกว่า และต่ำกว่า ค่าสัดส่วน B/Bmsy ที่เหมาะสม |
| np_risk_orn | Risk of harvest practices for ornamental fish | ความเสี่ยงในการจับสัตว์น้ำสวยงามจากธรรมชาติ ด้วยใช้วิธีที่ไม่เหมาะสม (เช่นใช้สารเคมี) ใช้เป็นฐานในการคำนวน risk term (Rc) ของผลิตภัณฑ์บางกลุ่ม |
| np_exposure_orn | Exposure of ornamental fishing to coral and rocky reef habitats | ค่าลอการิทึมธรรมชาติ (natural logarithm, ln) ของระดับของการเก็บเกี่ยว คำนวณจากปริมาณการจับสัตว์น้ำสวยงาม (ตัน) ต่อพื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยในแนวหิน/ปะการัง (ตารางกิโลเมตร) |
| np_seaweed_tonnes | Seaweed natural product harvest | ปริมาณการเก็บเกี่ยวสาหร่ายทะเล |
| np_orn_tonnes_relative | Relative ornamental natural product harvest tonnes | ปริมาณการจับ (ตัน) ของสัตว์น้ำสวยงาม เทียบกับปริมาณการจับสูงสุดของสัตว์น้ำสวยงาม ภายในแต่ละพื้นที่ เทียบระหว่างปีที่เก็บข้อมูล |
| np_harvest_product_weight | Relative natural product harvest value | สัดส่วนของมูลค่า (USD) ของผลิตภัณฑ์ แต่ละประเภท 5 ปีย้อนหลัง |
ข้อมูลแนวโน้ม คำนวณจากการอัตราเปลี่ยนแปลงของค่าคะแนนสถานภาพ
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 15) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 4 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 10 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 4 หมวดย่อย ประกอบด้วย 11 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายนี้ต้องการประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนโดยแหล่งที่อยู่อาศัยชายฝั่ง (ที่รวมป่าชายเลน หญ้าทะเล และ พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง) โดยคำนวณจากอัตราการรับคาร์บอน (พิจารณาพื้นที่ปกคลุม) คุณภาพของแหล่งที่อยู่อาศัย และน้ำหนักความสำคัญของการกักเก็บคาร์บอนของแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท จุดอ้างอิงจะเป็นพื้นที่ของแหล่งที่อยู่อาศัยที่เกี่ยวข้องในอดีต (ต้องกำหนด) และ/หรือ สัดส่วนการเปลี่ยนแปลงของสภาวะที่กำหนด
คะแนนสถานภาพ (\(x_{cs}\)) คิดจากคุณภาพปัจจุบัน (\(C_{c}\)) ของแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท (k) เทียบกับคุณภาพ ณ ปีอ้างอิง (\(C_{r}\)) พื้นที่ของแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท (\(A_{k}\)) และสัมประสิทธิที่สะท้อนประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอนกับแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท (\(w_{k}\)) และคิดเทียบกับหน่วยพื้นที่ เพื่อลดอิทธิพลของการขาดแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทใดประเภทหนึ่ง ตามสมการที่ 22 และ 23
\[ x_{cs} = \frac { \displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { (h }_{ k } } \times { w }_{ k }\times { A }_{ k }) }{ \displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { (w }_{ k }\times { A }_{ k }) } }, (Eq.22) \]
โดยที่
\[ h = \frac { C_{ c } }{ { C }_{ r } },(Eq.23) \]
ใช้ชั้นข้อมูลคุณภาพพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง (saltmarsh) ป่าชายเลน และ หญ้าทะเล ซึ่งใช้ร่วมกับเป้าหมาย Coastal Protection (CP) และเป้าหมายย่อย Habitat (HAB) ของเป้าหมาย Biodiversity (BD) (คำอธิบายในตารางที่ 8) สำหรับประเทศไทย ไม่มีพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง จึงสามารถตัดชั้นข้อมูลนี้ออกได้
| ประเภทแหล่งที่อยู่อาศัย | คุณภาพ (Condition) | พื้นที่ (Extent) | แนวโน้ม (Trend) |
|---|---|---|---|
| Coral reefs แนวปะการัง | เปอร์เซ็นต์ปกคลุมปัจจุบัน หารด้วยเปอร์เซ็นต์อ้างอิง | พื้นที่แนวปะการัง ในประเทศที่วิเคราะห์ (ตารางกิโลเมตร) | ข้อมูลคุณภาพ ระหว่าง 1975-2006 |
| Mangroves ป่าชายเลน* | พื้นที่ป่าชายเลน (หน่วยเป็นเฮกแทร์) หารด้วยพื้นที่ในปีอ้างอิง | พื้นที่ป่าชายเลน ในประเทศที่วิเคราะห์ (ตร. กม.) | คำนวณโดยใช้ข้อมูล 5 ปีย้อนหลัง จนถึงปัจจุบัน |
| Salt marsh พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง* | แนวโน้มการเพิ่มขึ้น หรือ คงที่ ของสถานภาพที่กำหนด = 1; แนวโน้มการลดลง = 0.5 | พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง ในประเทศที่วิเคราะห์ (ตร. กม.) | ประเภทของแนวโน้มของการประเมิน (เพิ่มขึ้น = 0.5, คงที่ = 0, หรือ ลดลง = -0.5) |
| Seagrass หญ้าทะเล* | เปอร์เซ็นต์การปกคลุม หรือ พื้นที่ ปัจจุบันของแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ หารด้วย เปอร์เซ็นต์ปกคลุม หรือพื้นที่อ้างอิง | พื้นที่หญ้าทะเล ในประเทศที่วิเคราะห์ | คำนวนจากข้อมูลคุณภาพระหว่าง 1975-2010 |
| Sea ice edge แผ่นน้ำน้ำแข็ง | เปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบัน (ค่าเฉลี่ย 3 ปี) ของแผ่นน้ำแข็งในทะเลที่มีการปกคลุม 10-50 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับเปอร์เซ็นต์อ้างอิงเฉลี่ยระหว่าง 1979-2000 | เหมือนกับข้อมูลคุณภาพ | คำนวณจากค่าความชัน ของเปอร์เซ็นต์การเบี่ยงเบนจากปีอ้างอิง ของข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี จากปัจจุบัน (ข้อมูลแต่ละปี คิดจากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี) |
| Soft bottom หน้าดินอ่อน (เช่นดิน หรือ ทราย) | ปริมาณการจับจากการประมงที่ทำลายหน้าดิน เทียบกับพื้นที่ของแหล่งอยู่อาศัยหน้าดินที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม และปรับสเกลค่า 0-1 เทียบกับค่าระดับโลก | พื้นที่คำนวณจากแผนที่ Halpern et al. (2008) | ข้อมูลคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยบริเวณหน้าดิน ที่พื้นผิวอ่อน 5 ปีย้อนหลัง |
| แหล่งที่อยู่อาศัยที่ทำหน้าที่กักเก็บคาร์บนอน | ปริมาณกักเก็บ Sequestration (weight) |
|---|---|
| ป่าชายเลน | 230.9 |
| พื้นที่ชุ่มน้ำเค็ม | 244.7 |
| หญ้าทะเล | 138 |
| พื้นที่ราบในเขตน้ำขึ้น-น้ำลง | 129.8 |
ตาราง ชั้นข้อมูลสถานภาพและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| hab_mangrove_extent | Habitat extent of mangrove | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทป่าชายเลน |
| hab_mangrove_health | Habitat condition of mangrove | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทป่าชายเลน |
| hab_mangrove_trend | Habitat condition trend of mangrove | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทป่าชายเลน |
| hab_saltmarsh_extent | Habitat extent of saltmarsh | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง |
| hab_saltmarsh_health | Habitat condition of saltmarsh | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง |
| hab_saltmarsh_trend | Habitat condition trend of saltmarsh | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง |
| hab_seagrass_extent | Habitat extent of seagrass | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทหญ้าทะเล |
| hab_seagrass_health | Habitat condition of seagrass | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทหญ้าทะเล |
| hab_seagrass_trend | Habitat condition trend of seagrass | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทหญ้าทะเล |
| hab_tidal_flat_extent | Habitat extent of tidal flat | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ราบในเขตน้ำขึ้น-น้ำลง |
| hab_tidal_flat_trend | Habitat trend of tidal | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ราบในเขตน้ำขึ้น-น้ำลง |
| hab_tidal_flat_health | Habitat condition of tidal flat | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ราบในเขตน้ำขึ้น-น้ำลง |
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 16) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 4 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 8 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 2 หมวดย่อย ประกอบด้วย 3 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายนี้ประเมินระดับความสามารถของพื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำชายฝั่ง (แนวปะการัง พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง ป่าชายเลน หญ้าทะเล และพื้นที่น้ำแข็งในทะเล) ในการปกป้องอุทกภัย และกัดเซาะชายฝั่ง อาจรวมถึงบริเวณที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ (มีบ้านหรือโครงสร้างอื่นๆ) และที่ไม่มีมนุษย์อาศัย (อุทยาน หรือสถานที่อนุรักษ์) การคำนวณคะแนนจะพิจารณาความสมบูรณ์ของแหล่งที่อยู่อาศัย (ตารางที่ 8) และน้ำหนักที่สะท้อนระดับความสามารถในการปกป้องชายฝั่ง (ตารางที่ 10) คะแนน 100 จะสะท้อนว่าแหล่งที่อยู่อาศัยยังมีความสมบูรณ์ หรือ มีการฟื้นฟูจนถึงระดับอ้างอิง
ใช้ชั้นข้อมูลคุณภาพ และพื้นที่ของแหล่งที่อยู่อาศัยดังนี้ คือ แนวปะการัง พื้นที่ชุมน้ำชายฝั่ง (salt marsh) ป่าชายเลน หญ้าทะเล และพื้นที่น้ำแข็งในทะเล (sea ice) สำหรับประเทศไทย ไม่มีพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง และ แผ่นน้ำแข็งในทะเล จึงสามารถตัดชั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกได้
คะแนนสถานภาพ (\(x_{cp}\)) คิดจากคุณภาพ (\(C_{c}\)) ของแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท (k) เทียบกับคุณภาพ ณ ปีอ้างอิง (\(C_{r}\)) (แสดงเป็น \(h_{k}\)) พื้นที่ขอบเขตของแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท (\(A_{k}\)) และสัมประสิทธิที่สะท้อนประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอนกับแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท (\(w_{k}\)) (สมการที่ 24 และ 25)
\[ x_{cp} = \frac { \displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { (h }_{ k } } \times { w }_{ k }\times { A }_{ k }) }{ \displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { (w }_{ k }\times { A }_{ k }) } }, (Eq.24) \]
โดยที่
\[ h = \frac { C_{ c } }{ { C }_{ r } }, (Eq.25) \]
ค่าน้ำหนักของความสามารถในการป้องกันชายฝั่งของแหล่งที่อยู่อาศัยทางทะเลชนิดต่างๆ (wk) แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ระดับ 4 สำหรับป่าชายเลน ปะการังและน้ำแข็งในทะเล, 3 สำหรับพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง และ 1 สำหรับหญ้าทะเล โดยค่าที่สูงหมายถึงความสามารถในการป้องกันชายฝั่งที่ดีกว่า
| ประเภทแหล่งที่อยู่อาศัย | ระดับการปกป้องชายฝั่ง (wk) |
|---|---|
| ป่าชายเลน | 4 |
| พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง | 4 |
| แผ่นน้ำแข็งชายฝั่ง | 4 |
| แนวปะการัง | 3 |
| หญ้าทะเล | 1 |
| สาหร่ายทะเล | 1 |
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| hab_coral_extent | Habitat extent of coral | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแนวปะการัง |
| hab_coral_health | Habitat condition of coral | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแนวปะการัง |
| hab_coral_trend | Habitat condition trend of coral | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแนวปะการัง |
| hab_mangrove_extent | Habitat extent of mangrove | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทป่าชายเลน |
| hab_mangrove_health | Habitat condition of mangrove | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทป่าชายเลน |
| hab_mangrove_trend | Habitat condition trend of mangrove | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทป่าชายเลน |
| hab_saltmarsh_extent | Habitat extent of saltmarsh | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง |
| hab_saltmarsh_health | Habitat condition of saltmarsh | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง |
| hab_saltmarsh_trend | Habitat condition trend of saltmarsh | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง |
| hab_seagrass_extent | Habitat extent of seagrass | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทหญ้าทะเล |
| hab_seagrass_health | Habitat condition of seagrass | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทหญ้าทะเล |
| hab_seagrass_trend | Habitat condition trend of seagrass | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทหญ้าทะเล |
| hab_kelp_extent | Habitat extent of kelp | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทสาหร่ายทะเล |
| hab_kelp_health | Habitat condition of kelp | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทสาหร่ายทะเล |
| hab_kelp_trend | Habitat condition trend of kelp | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทสาหร่ายทะเล |
| hab_seaice_extent | Habitat extent of seaice | พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแผ่นน้ำแข็งชายฝั่ง |
| hab_seaice_health | Habitat condition of seaice | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแผ่นน้ำแข็งชายฝั่ง |
| hab_seaice_trend | Habitat condition trend of seaice | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแผ่นน้ำแข็งชายฝั่ง |
ในการคำนวณแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง จะประเมินการเปลี่ยนแปลงของความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท (ตารางที่ 8) แล้วจึงค่อยมาประมวลผลร่วมกันภายหลัง
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 17) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 4 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 10 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 2 หมวดย่อย ประกอบด้วย 3 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายนี้ สะท้อนปริมาณ และ คุณภาพของ งานและรายได้ ที่มาจากอุตสาหกรรม และ กิจกรรมที่เกี่ยวกับทะเล (ตารางที่ 11-13) โดยประกอบด้วยเป้าหมายย่อย 2 ด้าน คือ (1) ความเป็นอยู่ (Livelihoods, LIV) และ (2) เศรษฐกิจ (Economies, ECO) คะแนน 100 สะท้อนเศรษฐกิจชายฝั่งที่ดี ที่ลดโอกาสการสูญหายของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ขึ้นกับทะเลและชายฝั่ง ขณะเดียวกันก็เอื้อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างไรก็ตามกิจกรรมที่เกี่ยวกับการขุดเจาะก๊าซและน้ำมัน ไม่ได้รวมอยู่ในเป้าหมายนี้
ภาคส่วนทะเลที่นำมาประเมินเป้าหมายนี้ ได้แก่ การท่องเที่ยว การประมงเชิงพาณิชย์ (ครอบคลุมการประมงเพื่อการบริโภค ทั้งบริเวณใกล้และไกลชายฝั่ง) การชมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในทะเล การจับสัตว์น้ำสวยงามจากธรรมชาติ (มักจะมาจากแนวปะการัง) พลังงานทดแทนที่ใช้คลื่นลมในทะเล การขนส่งทางทะเล ท่าเรือ และการต่อเรือ (ตารางที่ 11) ในกรณีที่มีข้อมูลที่ต้องการโดยตรง (เช่นข้อมูลจำนวนงาน และรายได้จากภาคการท่องเที่ยว) การคำนวณคะแนนเป้าหมายสามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นได้โดยตรง (แสดง NA ในตารางที่ 12) แต่ในกรณีที่ไม่มีข้อมูล จะมีการใช้ตัวคูณ คำนวณจำนวนงาน หรือ รายได้รวม จากข้อมูลที่มี ทั้งนี้ค่าตัวคูณของประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาจะแตกต่างกัน
| ภาคส่วน | ข้อมูลจำนวนงาน | ข้อมูลค่าจ้าง | ข้อมูลรายได้รวม |
|---|---|---|---|
| การท่องเที่ยว Tourism | X | X | X |
| การประมงเชิงพาณิชย์ Commercial fishing | X | X | X |
| การชมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในทะเล Marine mammal watching | X | ||
| การจับสัตว์น้ำสวยงาม Aquarium fishing | X | ||
| พลังงานทดแทนจากคลื่น Wave & Renewable Energy | X | X | |
| การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง Mariculture | X | X | |
| การคมนาคม และขนส่งทางเรือ Transportation & shipping | X | ||
| ท่าเทียบเรือ Ports & harbors | X | ||
| การต่อเรือ Ship & boatbuilding | X |
| ภาคส่วน | ประเทศพัฒนาแล้ว (ข้อมูลจำนวนงาน) | ประเทศพัฒนาแล้ว (ข้อมูลรายได้รวม) | ประเทศกำลังพัฒนา (ข้อมูลจำนวนงาน) | ประเทศกำลังพัฒนา (ข้อมูลรายได้รวม) |
|---|---|---|---|---|
| การท่องเที่ยว | N/A | N/A | N/A | N/A |
| การประมงเชิงพาณิชย์ | 1.582 | 1.568 | 1.582 | 1.568 |
| การชมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในทะเล | 1.915 | 1 | 1.915 | 1 |
| การจับสัตว์น้ำสวยงาม | ND | 1.568 | ND | 1.568 |
| พลังงานทดแทนจากคลื่น | 1.88 | 1.652 | 1.88 | 1.652 |
| การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง | 2.7 | 2.377 | 1.973 | 1.59 |
เป้าหมายย่อยนี้ จะเกี่ยวข้องกับ จำนวนงาน (proxy ของคุณภาพความเป็นอยู่) และค่าแรงรายปี (proxy ของคุณภาพของงาน) มี 3 ชั้นข้อมูลคือ liv_status, liv_trend, le_sector_weight ซึ่งค่าคะแนนสถานภาพจะ สามารถคำนวณจากสมการที่ 26
\[ x_{liv} = \frac { \frac { \sum _{ 1 }^{ k }{ { j }_{ c,k } } }{ \sum _{ 1 }^{ k }{ { j }_{ r,k } } } \quad +\quad \frac { \sum _{ 1 }^{ k }{ { w }_{ m,k } } }{ \sum _{ 1 }^{ k }{ { w }_{ r,k } } } }{ 2 }, (Eq.26) \]
โดย \(j\) เป็นจำนวนงาน (ที่มีการปรับแล้ว) ที่เกี่ยวข้องกิจกรรมทางทะเลทั้งทางตรงและทางอ้อม ภายในแต่ละภาคส่วน k ของแต่ละประเทศ (ตารางที่ 11-13) และ \(w\) เป็นค่าแรงรายปี (USD) ที่ปรับด้วยค่ากำลังซื้อ (PPP) ต่องาน เฉลี่ยต่องาน ภายในแต่และภาคส่วน (k) ในการคำนวณคะแนนสถานภาพนั้น จะใช้ผลรวมจำนวนงาน ที่ประเมินในปีปัจจุบัน (หรือล่าสุด, current, c) เทียบกับจุดอ้างอิง (reference, r) ส่วนค่าแรงจะใช้ค่าเฉลี่ยทุกภาคส่วน ของประเทศนั้นๆ (m) เทียบกับค่าของประเทศที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในแต่ละปี (r) และค่าคะแนนของเป้าหมายย่อย LIV จะเป็นการเฉลี่ยคะแนนของแต่องค์ประกอบ (งาน และรายได้)
เนื่องจากข้อมูลจำนวนงาน ไม่มีค่าอ้างอิงที่เป็นมาตรฐานสากล จึงใช้จุดอ้างอิงจากค่าในปีที่ 5 ก่อนหน้าปีปัจจุบัน ทั้งนี้หากมีการเว้นช่วงการเก็บข้อมูลมากกว่า 5 หรือน้อยกว่า 5 ปี สามารถใช้การเว้นช่วงได้ไม่เกิน 10 ปี (เรียงตามลำดับ Preference คือ 5, 6, 4, 3, 8, 2, 9, 1, 10 ปี ตามลำดับ) และเพื่อให้ข้อมูลจำนวนงานสามารถสะท้อนแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ ดังนั้นก่อนที่จะนำไปคำนวณคะแนนของเป้าหมายย่อย แต่สำหรับค่าแรง จะใช้ค่าอ้างอิงเป็นค่าเฉลี่ยของประเทศที่มีค่าสูงสุด โดยข้อมูลค่าแรง (ดอลลาร์สหรัฐ) จะใช้ข้อมูลปัจจุบันที่สุดของแต่ละประเทศ แต่ไม่เก่ากว่าปี ค.ศ. 1990 (น่าจะสะท้อนสภาพปัจจุบัน ทั้งนี้ค่าแรงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนักระหว่างปี)
จำนวนงานและค่าแรงก่อนการปรับสำหรับช่วงเวลาปัจจุบัน (จำนวนงาน) หรือ พื้นที่ (ค่าแรง) จะเป็นผลรวมของค่าของทุกภาคส่วน ซึ่งจะทำให้มีการถ่วงดุลระหว่างภาคส่วน ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสุทธิในภาพรวมทุกภาคส่วน
การปรับค่าของจำนวนงาน จะคิดเทียบกับจำนวนงานทั้งประเทศ ซึ่งหาได้จาก (1- เปอร์เซ็นต์การว่างงาน) คูณด้วย กำลังแรงงาน (ข้อมูล World Bank)
สำหรับค่าแรง ต้องถูกปรับอยู่ในฐานที่เปรียบเทียบกันได้ทุกประเภท และลดผลกระทบจากภาวะทางเศรษฐกิจ เช่นอัตราเงินเฟ้อ โดยข้อมูลค่าแรงจะถูกหารด้วยค่าสัมประสิทธิเงินเฟ้อของ ค.ศ. 2010 (inflation conversion factor, http://oregonstate.edu/cla/polisci/sahr/sahr) แล้วนำไปคูณกับ ค่า GDP ต่อหัวที่ปรับฐานกำลังซื้อระหว่างค่าเงิน (PPP) ต่อ (ข้อมูล World Bank)
| ภาคส่วน | หมวดอาชีพ |
|---|---|
| การประมงเชิงพาณิชย์ | อุตสาหกรรม: การประมงนอกชายฝั่ง และการประมงชายฝั่ง |
| อาชีพ: ชาวประมงนอกชายฝั่ง; ชาวประมงชายฝั่ง | |
| ท่าเรือ | อุตสาหกรรม: การให้บริการสนับสนุนการขนส่งทางเรือ |
| อาชีพ: เจ้าหน้าที่ท่าเรือ | |
| การต่อเรือ | อุตสาหกรรม: การต่อและซ่อมแซมเรือ |
| อาชีพ: ช่างต่อเรือ | |
| การท่องเที่ยว | อุตสาหกรรม: ร้านอาหารและโรงแรม |
| อาชีพ: เจ้าหน้าที่ต้อนรับในโรงแรม พ่อครัวแม่ครัว พนักงานเสริ์ฟอาหาร พนักงานดูแลทำความสะอาดห้อง หรือแม่บ้านพ่อบ้าน | |
| ข้อมูลไม่ได้จำเพาะต่องานในภาคท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ดังนั้นจึงสมมติให้ค่าแรงของงานเหล่านี้ เท่ากันในบริเวณชายฝั่ง และในบริเวณที่ไม่ใช่ | |
| การคมนาคม และขนส่งทางทะเล | อุตสาหกรรม: การขนส่งทางทะเล |
| อาชีพ: วิศวกรบนเรือ พนักงานดูแลผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่บนเรือ ลูกเรือ |
ตารางชั้นสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| liv_status | Livelihood status scores | คะแนนสถานภาพของชีวิตความเป็นอยู่ ที่คำนวณจากจำนวนงาน และค่าแรง ที่เกิดจากภาคส่วนทางทะเล (การท่องเที่ยว การประมงเชิงพาณิชย์ การชมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม การจับสัตว์น้ำสวยงาม พลังงานทดแทนในทะเล การคมนาคม และขนส่งทางเรือ ท่าเทียบเรือ การต่อเรือ) ที่เทียบกับค่าอ้างอิง |
| liv_trend | Livelihood trend scores | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจำนวนงาน และค่าแรง ในช่วงเวลา 5 ปี |
| le_sector_weight | Sectors in each region | น้ำหนักความสำคัญของงานแต่ละภาคส่วน ในแต่ละประเทศ |
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ใช้ค่าความชันของเส้นที่ลากผ่านข้อมูลของจำนวนงาน และค่าแรง (ที่ปรับด้วยการเปลี่ยนแปลงของอัตราการว่างงาน และค่าแรงเฉลี่ย ของประเทศนั้นๆ) แยกแต่ละภาคส่วน (ไม่ใช่ค่ารวม) ในช่วงเวลา 5 ปีจนถึงปัจจุบัน (5 จุดข้อมูล) สำหรับจำนวนงาน จะมีการเฉลี่ยแนวโน้ม ของทุกภาคส่วน (ถ่วงน้ำหนักด้วยจำนวนงานในแต่ละภาคส่วน) สำหรับค่าแรง มีการหาค่าเฉลี่ยแนวโน้ม ของทุกภาคส่วน และค่าสุดท้ายของแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงคะแนนของเป้าหมายย่อย (liv_trend) คือค่าเฉลี่ยของแนวโน้มจำนวนงานและค่าแรง
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 18) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 5 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 16 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวมีเพียงองค์ประกอบด้านสังคม 4 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายย่อยนี้จะเกี่ยวข้องกับรายได้ คะแนนสถานภาพของเป้าหมายย่อย (\(x_{eco}\)) จะสามารถคำนวณได้ตามสมการที่ 27
\[ x_{eco} = \frac { \displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { e }_{ c,k } } }{ \displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { e }_{ r,k } } }, (Eq.27) \]
โดย \(e\) คือรายได้รวมที่ปรับแล้ว โดยการประเมินจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงและทางอ้อม ในแต่ละภาคส่วน (k ตารางที่ 11) ในปีปัจจุบัน หรือล่าสุด (c) และ ในช่วงเวลาอ้างอิง (r) และเนื่องจากไม่มีจุดอ้างอิงของรายได้ ที่เป็นมาตรฐานสากล วิธีการคิดจุดอ้างอิงของรายได้ จะเหมือนกับที่คิดสำหรับจำนวนงาน คือใช้ค่าที่เมื่อ 5 ปีก่อนหน้าปีปัจจุบัน ทั้งนี้หากมีการเว้นช่วงการเก็บข้อมูลมากกว่า 5 หรือน้อยกว่า 5 ปี สามารถใช้การเว้นช่วงได้ไม่เกิน 10 ปี (เรียงตามลำดับ Preference คือ 5, 6, 4, 3, 8, 2, 9, 1, 10 ปี ตามลำดับ)
ค่า \(e\) ที่นำมาเป็นค่าฐาน (absolute values) ได้จากผลรวมของรายได้ที่เกิดจากทุกภาคส่วน (ตารางที่ 11) ก่อนที่จะนำมาเทียบค่าอ้างอิง แม้ว่าค่าที่ได้ของแต่ละภาคส่วนอาจมีในปีที่แตกต่างกัน (เพราะฉะนั้นจะไม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของแต่ละภาคส่วนได้ แต่จะเป็นการคิดภาพรวม) (le_rev_cur_base_value, le_rev_ref_base_value เป็นชื่อชั้นข้อมูลที่ต้องเตรียมระหว่างการเตรียมชั้นข้อมูลหลัก)
นอกจากนี้ เพื่อชดเชยค่าเงินในสภาวะเงินเฟื้อ หรือ เงินฝืด รายได้ที่ใช้ในสูตร จึงใช้ค่าเงินในหน่วยดอลล่าร์สหรัฐ (USD) และอัตราเงินเฟื้อรายปี และเพื่อรองรับความผันผวนของค่าเงิน หรือสภาวะเศรษฐกิจในระดับโลก ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือสะท้อนคุณภาพมหาสมุทร (เช่นภาวะเศรษฐกิจถดถอย) การคำนวณจึงมีการปรับค่ารายได้ ให้เทียบกับค่า GDP ของแต่ละประเทศ โดยใช้ค่าปีปัจจุบัน เฉลี่ยทุกภาคส่วนทะเล และปีอ้างอิง (5 ปีก่อนหน้าปัจจุบัน) เฉลี่ยทุกภาคส่วน (le_rev_cur_adj_value, le_rev_ref_adj_value, ชื่อชั้นข้อมูลที่ต้องเตรียมระหว่างการเตรียมชั้นข้อมูลหลัก)
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| eco_status | Economic status scores | คะแนนสถานภาพของเศรษฐกิจ ที่คำนวณจากรายได้ ที่เกิดจากภาคส่วนทางทะเล (การท่องเที่ยว การประมงเชิงพาณิชย์ การชมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม การจับสัตว์น้ำสวยงาม พลังงานทดแทนในทะเล การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง) ที่เทียบกับค่าอ้างอิง |
| eco_trend | Economic trend scores | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงรายได้รวม (ปรับด้วย GDP ของแต่ละประเทศ) ในช่วงเวลา 5 ปี โดยหาความชันของเส้นที่ลากผ่านข้อมูลรายได้แต่ละภาคส่วน แล้วจึงเฉลี่ยทุกภาคส่วนที่เป็นกิจกรรมสำคัญของแต่ละประเทศ |
| le_sector_weight | Sectors in each region | น้ำหนักความสำคัญของงานแต่ละภาคส่วน ในแต่ละประเทศ |
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 19) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 5 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 17 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวมีเพียงองค์ประกอบด้านสังคม 3 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะสะท้อนจำนวนคน และคุณภาพของประสบการณ์การท่องเที่ยว ในแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่ง และพื้นที่อนุรักษ์ แม้ว่าการท่องเที่ยวจะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนชายฝั่ง แต่เป้าหมายนี้เน้นคุณค่าที่นอกเหนือจากมูลค่าทางเศรษฐกิจ (คุณค่าทางเศรษฐกิจได้มีการประเมินในเป้าหมาย LE ไปเรียบร้อยแล้ว) ทั้งนี้ในการประเมินเป้าหมายนี้จึงใช้การจ้างงานในภาคการท่องเที่ยว เป็นตัวแทนของจำนวนคนที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยว โดยจำนวนคนที่ทำงานในภาคท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นพนักงานโรงแรม ตัวแทนนำเที่ยว หรืองานด้านอื่น น่าจะผันแปรตามความต้องการด้านการท่องเที่ยวในประเทศนั้นๆ คะแนนของเป้าหมายนี้ (\(x_{tr}\)) จึงคำนวณได้จากสมการที่ 28 ดังนี้
\[ x_{tr} = \frac{ T_r }{ T_{90th}}, (Eq.28) \]
โดยที่ \(T_{r}\) เป็นค่าคะแนนที่ประมวลผลของการจ้างงานและความยั่งยืนของการท่องเที่ยว หาได้จากสมการที่ 29 และ \(T_{90th}\) คือ ค่า \(T_{r}\) ที่ควอไทล์ระดับ 90 (เทียบปี และทุกประเทศที่อยู่ในการวิเคราะห์)
\[ T_{r} = { A }\times { S }, (Eq.29) \]
โดยที่ \(A\) คือสัดส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากชายฝั่งสู่พื้นที่ชายฝั่งของแต่ละภูมิภาค และ S เป็นความยั่งยืน ในค่าการประเมินระดับโลก จะใช้ค่าสัดส่วนการจ้างงานภาคท่องเที่ยว (ไม่ได้แยกส่วนว่าเป็นภาคส่วนทะเลโดยเฉพาะ) ของแต่ละประเทศจากฐานข้อมูลของ Workd Travel and Tourism Council (WTTC) ซึ่งรวมการท่องเที่ยวเพื่อสันทนาการและธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (บริการที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้า การคมนาคมขนส่ง และบริการด้านวัฒนธรรม กีฬา และกิจกรรมสันทนาการ) โดยที่สัดส่วนผู้เดินทางมาถึงชายฝั่ง (Coastal Arrivals Proportion :A) ประมาณค่าการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลโดยพิจารณาจากสัดส่วนของประชากรชายฝั่งทะเลในแต่ละภูมิภาค ซึ่งกำหนดเป็นจำนวนคนที่อยู่ภายในรัศมี 25 กิโลเมตร จากมหาสมุทร เทียบกับประชากรทั้งหมด จากนั้นจึงประมาณค่าความหนาแน่นของการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลโดยหารด้วยพื้นที่ชายฝั่งทะเล (เป็นตารางกิโลเมตร ได้แก่ 1 กม. เข้าชายฝั่ง และ 3 ไมล์ทะเลจนถึง EEZ) คำนวณได้จากสมการ (สมการที่ 30)
\[ Ap = \frac{TourismArrivals ×(CoastalPop/TotalPop)}{CoastalArea}, (Eq.30) \]
โดยที่
\(TourismArrivals\) คือรวมนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศและภายในประเทศ \(CoastalPop\) คือประชากรภายในรัศมี 25 ไมล์ของชายฝั่ง \(TotalPop\) คือจำนวนประชากรทั้งหมด \(CoastalArea\) คือพื้นที่ 1 กม. เข้าชายฝั่ง และ 3 ไมล์ทะเลจนถึง EEZ
ระดับความยั่งยืนของการท่องเที่ยวจะวัดโดยใช้ข้อมูลดัชนีการแข่งขันด้านการเดินทางและท่องเที่ยว (Travel and Tourism Competitiveness Index (TTCI)) ที่พัฒนาโดย World Economic Forum ซึ่งจะวัดชุดของปัจจัยและนโยบายที่เกื้อหนุนให้เกิดการพัฒนาของภาคส่วนการเดินทางและท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ส่งผลให้มีการพัฒนา และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ค่า TTCI คิดมาจากการประเมินใน 4 ดัชนีย่อยคือ ด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายและสภาวะเกื้อหนุนเกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
ตารางข้อมูลชั้นสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| tr_arrivals_props_tourism | Coastal tourism density | สัดส่วนผู้เดินทางมาถึงชายฝั่งทะเลจากต่างประเทศและในประเทศเทียบกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล |
| tr_sustainability | Tourism sustainability index | ดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านท่องเที่ยว (Tourism Competitiveness Index (TTCI) |
ข้อมูลแนวโน้ม คำนวณจากการอัตราเปลี่ยนแปลงของค่าคะแนนสถานภาพ
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และ ความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 20) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 2 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 6 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศ ประกอบด้วย 1 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายนี้สะท้อนคุณค่าทางจิตใจ หรือวัฒนธรรมของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง โดยประกอบด้วยเป้าหมายย่อย 2 ด้านคือ (1) ชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น (Iconic Species, ICO) และ (2) สถานที่ที่มีคุณค่า (Lasting Special Places, LSP) ซึ่งในการคำนวณระดับโลก จะมีน้ำหนักความสำคัญเท่ากัน คะแนน 100 หมายถึงชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น และสถานที่ที่มีคุณค่า ได้รับการคุ้มครอง และอนุรักษ์
ชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น เป็นชนิดที่มีความหมายในเชิงนิเวศ และวัฒนธรรม (ได้หลากหลายรูปแบบตามบริบทของประเทศ) แต่สำหรับการประเมินระดับโลก ตัดสินใจประเมินสถานภาพความเสี่ยง ต่อการสูญพันธุ์ (ตามเกณฑ์ของ IUCN) ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในทะเล เต่าทะเล ฉลาม และกระเบน (ตามเกณฑ์ของ WWF) คะแนนสถานภาพของเป้าหมายย่อยนี้หาได้จาก สมการที่ 31
\[ x_{ico} = \frac { \displaystyle\sum_{ i=EX }^{ LC }{ S_{i}\times w_{i} } }{ \displaystyle\sum_{ i=EX }^{ LC }{ S_{i} } }, (Eq.31) \]
โดยที่ ค่า \(i\) คือสถานภาพการสูญพันธุ์ แต่ละแบบ (LC, NT,VU, EN, CR, EX) ที่เป็นไปตามเกณฑ์ของ IUCN \(S\) เป็นแต่ละชนิดที่มีการประเมิน และ \(w\) เป็นคะแนนถ่วงน้ำหนักของสถานภาพแต่ละประเภท (ตารางที่ 14)
รายชื่อชนิดที่สำคัญที่รวมอยู่ในการประเมินระดับโลก ส่วนใหญ่จะมาจากรายการสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญ (Priority species) บนพื้นฐานของความสำคัญต่อประชาชน ในด้านสุขภาพ การใช้ดำรงชีวิต และ/หรือวัฒนธรรม และทางนิเวศ (Flagship species) ของ World Wildlife Fund (WWF) ซึ่งรายการนี้ยังไม่ครอบคลุมสิ่งมีชีวิตหลายๆ ชนิดที่อาจจะมีความสำคัญในแต่ละภูมิภาค
| สภาพความเสี่ยง | รหัสตามเกณฑ์ IUCN | ค่าถ่วงน้ำหนัก |
|---|---|---|
| สูญพันธุ์ Extinct | EX | 0 |
| ใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤต Critically Endangered | CR | 0.2 |
| ใกล้สูญพันธุ์ Endangered | EN | 0.4 |
| เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ Vulnerable | VU | 0.6 |
| ถูกคุกคาม Near Threatened | NT | 0.8 |
| ไม่น่าเป็นกังวล Least Concern | LC | 1 |
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| ico_spp_iucn_status | IUCN extinction risk | รายชื่อสิ่งมีชีวิตในทะเลที่กำหนด พร้อมสถานภาพใกล้สูญพันธุ์รายปี ให้มีการประเมินสถานภาพของแต่ละชนิดอย่างน้อย 2 ครั้งใน 20 ปี |
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ใช้การเปลี่ยนแปลงรายปี ของค่าสถานภาพความเสี่ยงของสัตว์แต่ละชนิดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในพื้นที่วิเคราะห์ (เช่นประเทศไทย) อย่างไรก็ตาม การประเมินสถานภาพ ไม่ได้มีการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ต้องใช้ข้อมูลย้อนหลัง 20 ปี แทนที่จะเป็นข้อมูล 5 ปีเหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อให้มีข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 2 จุดข้อมูล
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 21) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 5 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 11 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 5 หมวดย่อย ประกอบด้วย 9 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เน้นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงสันทนาการ วัฒนธรรม ต่อจิตใจ ในการวิเคราะห์ระดับโลก จะใช้สัดส่วนพื้นที่อนุรักษ์ในรูปแบบต่างๆ เช่นพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเล (marine protected areas) และ พื้นที่อนุรักษ์อื่น ตามแนวชายฝั่ง (เข้ามาในแผ่นดิน) เทียบกับค่าอ้างอิง (30%) ค่าคะแนนของเป้าหมายย่อยนี้ สามารถคำนวณได้ตามสมการที่ 32
\[ x_{lsp} = \frac { \left( \frac{\%_{CMPA}}{\%_{Ref_{CMPA}}} + \frac {\%_{CP}}{\%_{Ref_{CP}}} \right) }{ 2 }, (Eq.32) \]
โดย %CMPA คือสัดส่วนพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเล (ระยะ 3 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง) และ %CP คือสัดส่วนชายฝั่งที่มีการอนุรักษ์ (พื้นที่อนุรักษ์ เข้ามาในแผ่นดิน 1 กิโลเมตรจากชายฝั่ง) ค่าอ้างอิงคือร้อยละ 30 สำหรับทั้งสองค่า
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| lsp_prot_area_inland1km | Inland coastal protected areas | พื้นที่อนุรักษ์ที่อยู่ในเขต 1 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งเข้าในแผ่นดิน (ตร. กม.) |
| lsp_prot_offshore 3 nm | Offshore coastal protected areas | พื้นที่อนุรักษ์ที่อยู่บริเวณชายฝั่ง 3 ไมล์ทะเล (ตร. กม.) |
| rgn_area_inland1km | Inland 1km area | พื้นที่แผ่นดินที่อยู่ภายใน 1 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งเข้าในแผ่นดิน (ตร. กม.) |
| rgn_area_offshore3nm | Offshore 3nm area | พื้นที่บริเวณ 3 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง (ตร. กม.) |
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง คำนวณจากการอัตราเปลี่ยนแปลงของค่าคะแนนสถานภาพ
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 22) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 4 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 7 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 2 หมวดย่อย ประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายนี้ประเมินระดับการปลอดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ ทั้งจากสาเหตุตามธรรมชาติ และจากกิจกรรมของมนุษย์ การปนเปื้อนในแหล่งน้ำอาจเป็นผลจากคราบน้ำมันรั่วไหล สารเคมี การมีสารอาหารปริมาณมาก แพลงก์ตอนบลูม เชื้อก่อโรค ขยะทะเล และการตายของสัตว์น้ำอันเนื่องมาจากมลพิษ คะแนนที่สูงของเป้าหมายนี้สะท้อนระดับการปนเปื้อนที่ต่ำ (คะแนนสูงสุดคือระดับการปนเปื้อนเป็นศูนย์)
ในการคำนวณคะแนนสถานภาพ (\(x_{cw}\)) ของเป้าหมายนี้ ใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของสารเคมี สารอาหาร เชื้อก่อโรค และขยะพลาสติก (สมการที่ 33) ดังนี้
\[ x_{cw} = \sqrt [ 4 ]{ a\ast u\ast l\ast d }, (Eq.33) \]
โดยที่
\(l\) = 1 – (ปริมาณสารเคมีที่เข้ามาในระบบ ที่คำนวณจากโมเดล ทำนายการกระจายความเข้มข้น และ ปรับค่าเป็น 0-1 โดยอ้างอิงกับค่าที่ควอไทล์ที่ 99.99) (po_chemicals_3nm) \(u\) = – (ปริมาณสารอาหารที่เข้ามาในระบบ ที่คำนวณจากโมเดล ทำนายการกระจายความเข้มข้น และ ปรับค่าเป็น 0-1 โดยอ้างอิงกับค่าที่ระดับควอไทล์ที่ 99.99) (po_nutrients_3nm) \(a\) = 1 – สัดส่วนของประชากรที่เข้าไม่ถึงระบบสุขาภิบาลที่ดี (po_pathogens) \(d\) = 1 – (ปริมาณขยะพลาสติก ที่คำนวณจากโมเดล ทำนายความหนาแน่นของน้ำหนักขยะในทะเล และ ปรับค่าเป็น 0-1 โดยอ้างอิงกับค่าที่ควอไทล์ที่ 99.99) (po_trash)
เนื่องจากข้อมูลด้านมลภาวะทางน้ำ ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่มีความสม่ำเสมอ จึงได้มีการใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์ในการทำนายการกระจายของมลพิษประเภทต่างๆ ในแหล่งน้ำ ที่นำเข้าข้อมูลที่สะท้อนแหล่งมลพิษ หรือใช้ข้อมูลทางอ้อม (ตารางที่ 15)
| องค์ประกอบ | ข้อมูล | แนวโน้ม |
|---|---|---|
| ภาวะสารอาหารสูงในแหล่งน้ำ (สารอาหาร) | ข้อมูลการใช้ปุ๋ยของฐานข้อมูล FAO นำเข้าโมเดลเชิงพื้นที่ ที่คำนวณความเข้มข้น และแสดงการกระจายของสารอาหารในทะเล แปลงค่าด้วยลอการิทึม แล้วจึงหารด้วยค่าที่ระดับควอไทล์ที่ 99.99 ของข้อมูลตลอด 5 ปี เพื่อให้ได้ค่าระหว่าง 0-1 (United Nations 2022, 2021; Halpern et al. 2022; Tuholske et al. 2021) | การเปลี่ยนแปลงในช่วง 5 ปี ของค่า (1 – มลพิษจากสารอาหารบริเวณชายฝั่ง) |
| สารเคมี | ประกอบด้วยมลพิษ 3 ประเภท คือ ปริมาณมลพิษที่เป็นสารอนินทรีย์ที่เกิดจากแผ่นดิน (ประเมินจากข้อมูลการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในฐานข้อมูล FAO โดยใช้โมเดล และการแปลงค่าเป็น 0-1), มลพิษที่เป็นสารอินทรีย์ที่เกิดจากแผ่นดิน (ประเมินจากโมเดลปริมาณการชะล้างจากชุมชนเมือง คิดจากพื้นที่), มลพิษที่เกิดในทะเล โดยใช้โมเดลที่นำเข้าข้อมูลการคมนาคม (ปริมาณเรือเข้าออกท่าเรือ) และขนส่งทางทะเลบริเวณท่าเรือ (ตัน) (United Nations 2022, 2021; Halpern et al. 2008) | การเปลี่ยนแปลงในช่วง 5 ปี ของค่า (1 – มลพิษจากสารเคมีบริเวณชายฝั่ง) อย่างไรก็ตาม ค่าที่มีการเปลี่ยนแปลงคือปริมาณปริมาณมลพิษที่เป็นสารอินทรีย์ ข้อมูลส่วนอื่นๆ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงระหว่างปี |
| เชื้อก่อโรค | สัดส่วนของประชากรที่เข้าไม่ถึงระบบสุขาภิบาลที่ดี (WHO-UNICEF 2024) | การเปลี่ยนแปลงในช่วง 5 ปี ของค่ามลพิษที่เป็นเชื้อก่อโรค |
| ขยะทะเล | มลพิษจากพลาสติก ที่ประเมินจากโมเดล (Eriksen et al. 2014) (น้ำหนักขยะพลาสติกในทะเล ต่อตร. กม.) แล้วจึงแปลงค่าด้วยลอการิทึม จากนั้นหารด้วยค่าที่ระดับควอไทล์ที่ 99.99 เพื่อปรับเป็น 0-1 | ข้อมูลการกำจัดขยะพลาสติก อย่างไม่เหมาะสม (Jambeck et al. 2015) ส่วนต่างของข้อมูลปี ค.ศ. 2025 กับค่าของปี 2010 หารด้วย 15 ปี คูณด้วย 5 ปี |
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| po_chemicals_3nm | Coastal chemical pollution | ระดับของมลพิษประเภทสารเคมี ภายในบริเวณ 3 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง ที่ประเมินจากโมเดลที่มีการนำเข้าข้อมูลปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีการใฃ้ (สารอนินทรีย์) การชะล้างจากแผ่นดิน (สารอินทรีย์) และ การขนส่ง/คมนาคม ทางทะเล (มลพิษทางทะเล) |
| po_nutrients_3nm | Coastal nutrient pollution | ระดับของมลพิษประเภทสารอาหาร ภายในเขตเศรษกิจจำเพาะ ที่ประเมินจากโมเดลที่นำเข้าข้อมูลการใช้ปุ๋ย |
| po_pathogens | Pathogen pollution | สัดส่วนของประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสุขาภิบาลที่ดี (ตัวแทนของมลพิษที่เป็นเชื้อก่อโรค) |
| po_trash | Marine plastics | ระดับมลพิษที่เป็นขยะพลาสติกในทะเล |
| cw_chemical_trend | Chemical pollution trend | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับมลพิษประเภทสารเคมี บริเวณชายฝั่ง |
| cw_nutrient_trend | Nutrient pollution trend | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับมลพิษประเภทสารอาหาร บริเวณชายฝั่ง |
| cw _pathogen_trend | Pathogen pollution trend | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสุขาภิบาลที่ดี |
| cw _trash_trend | Plastic trash trends | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงปริมาณขยะในทะเล ที่ประเมินจากปริมาณพลาสติกที่มีการกำจัดที่ไม่เหมาะสม |
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 23) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 2 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 4 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศประกอบด้วย 1 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เป้าหมายนี้ประเมินระดับของสถานภาพการอนุรักษ์ของชนิดพันธุ์ โดยใช้ข้อมูลระดับโลก โดยประกอบไปด้วยเป้าหมายย่อย 2 ด้านคือ (1) แหล่งที่อยู่อาศัย (Habitats, HAB) และ (2) ชนิดพันธุ์ (Species, SPP) ค่าคะแนน 100 หมายถึงชนิดพันธุ์ทั้งหมดมีความเสี่ยงต่ำที่จะสูญพันธุ์ และแหล่งที่อยู่อาศัยทั้งหมดมีการอนุรักษ์
การประเมินคะแนนสถานภาพ ใช้ชั้นข้อมูลคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยทุกประเภทเหมือนกับ เป้าหมาย CP และมีชั้นที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำบริเวณพื้นท้องน้ำที่มีลักษณะอ่อน (เช่นดิน หรือ ทราย) (วัดโดยการทำการประมงที่ทำลายพื้นท้องน้ำ, hab_softbottom_health) และสามารถคำนวณได้ดังสมการที่ 34
\[ x_{hab} = \frac { \displaystyle\sum _{ k=1 }^{ N }{ { C }_{ k } } }{ N}, \quad \quad (Eq.34) \]
โดยที่ คุณภาพของแหล่งที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท (\(c_{k}\)) จะคิดจาก \(C_{k} = C_{c}/C_{r}\) ซึ่งเป็นคุณภาพปัจจุบัน เทียบกับคุณภาพอ้างอิง และค่าคะแนนจะคิดเฉลี่ยต่อจำนวนแหล่งที่อยู่อาศัยในพื้นที่วิเคราะห์ (\(N\))
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| hab_coral_health | Habitat condition of coral | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแนวปะการัง |
| hab_coral_trend | Habitat condition trend of coral | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแนวปะการัง |
| hab_mangrove_health | Habitat condition of mangrove | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทป่าชายเลน |
| hab_mangrove_trend | Habitat condition trend of mangrove | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทป่าชายเลน |
| hab_saltmarsh_health | Habitat condition of saltmarsh | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง |
| hab_saltmarsh_trend | Habitat condition trend of saltmarsh | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง |
| hab_seagrass_health | Habitat condition of seagrass | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทหญ้าทะเล |
| hab_seagrass_trend | Habitat condition trend of seagrass | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทหญ้าทะเล |
| hab_softbottom_health | Habitat condition of softbottom | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยหน้าดิน |
| hab_softbottom_trend | Habitat condition trend of softbottom | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยหน้าดิน |
| hab_kelp_health | Habitat condition of kelp | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทสาหร่ายทะเล |
| hab_kelp_trend | Habitat condition trend of kelp | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทสาหร่ายทะเล |
| hab_seaice_health | Habitat condition of seaice | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแผ่นน้ำแข็งชายฝั่ง |
| hab_seaice_trend | Habitat condition trend of seaice | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทแผ่นน้ำแข็งชายฝั่ง |
| hab_tidal_flat_health | Habitat condition of tidal flat | คุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ราบในเขตน้ำขึ้น-น้ำลง |
| hab_tidal_flat_trend | Habitat trend of tidal flat | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทพื้นที่ราบในเขตน้ำขึ้น-น้ำลง |
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 24)
แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 5 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 15 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 5 หมวดย่อย ประกอบด้วย 13 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
ประเมินสถานภาพการเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (ตามเกณฑ์ของ IUCN) ของชนิดพันธุ์ที่พบในทะเลของแต่ละประเทศ โดยคิดเป็นสองขั้นตอน คือ (1) การคำนวณหาค่าคะแนนสถานภาพความเสี่ยง (\(\bar R_{spp}\)) และ (2) หาคะแนนสถานภาพ (\(x_{spp}\)) ดังสมการที่ 35 และ 36 ตามลำดับ
\[ \bar R_{spp} = \frac { \displaystyle\sum_{ c=1 }^{ M } \left( \displaystyle\sum _{ i=1 }^{N_c} w_i \right) \times A_c } { \displaystyle\sum_{ c=1 }^{ M } A_c \times N_c }, (Eq.35) \]
โดยที่ค่า \(\bar R_{spp}\) เป็นค่าเฉลี่ยของคะแนนที่ถ่วงน้ำหนักตามสภาพความเสี่ยงตามเกณฑ์ของ IUCN (คะแนน \(W\) ของความเสี่ยงแต่ละหมวด แสดงในตารางที่ 14) ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่พบในพื้นที่ (N ชนิด) แต่ละเซลล์ (แบ่งความละเอียดของแผนที่เป็น 10 ตารางกิโลเมตร) ต่อพื้นที่ รายชื่อชนิดสัตว์ทะเลและสถานภาพความเสี่ยงฯ ได้มาจากฐานข้อมูล Red list ของ IUCN และ ฐานข้อมูล Birdlife International
\[ x_{spp} = max \left( \frac { \bar R_{SPP} - .25 }{ .75 }, 0 \right), (Eq.36) \]
จากนั้นจัดระดับค่า \(\bar R_{spp}\) ให้เป็นคะแนน \(x_{spp}\) (0-100) โดยใช้ส่วนต่างของคะแนนกับ 0.25 ซึ่งสะท้อนถึงเปอร์เซ็นต์ของชนิดที่เหลือ 25% จากชนิดที่เคยมี หากมีการสูญพันธุ์ที่รุนแรง (Catastrophic loss of biodiversity, Barnosky et al. 2011) เทียบกับ 0.75 ซึ่งสะท้อนถึงเปอร์เซ็นต์ของชนิดที่มี 75% เป็นจุดอ้างอิง
ตารางชั้นข้อมูลสถานภาพ และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
| ชื่อย่อชั้นข้อมูล | ชื่อชั้นข้อมูล | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| spp_status | Average species condition | คะแนนสถานภาพของสัตว์ทะเลที่พบในแต่ละประเทศ โดยคำนวณจากน้ำหนักคะแนนของสถานใกล้สูญพันธุ์ตามเกณฑ์ของ IUCN |
| spp_trend | Average species condition trend | แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนสถานภาพของสัตว์ทะเล โดยคิดผลรวมของสถานภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงในการประเมินในอดีตจนถึงปัจจุบันของสัตว์แต่ละชนิด |
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน และความสามารถในการฟื้นตัว (ภาพที่ 25) แรงกดดันทางนิเวศแบ่งเป็น 5 หมวดย่อย ที่ประกอบไปด้วย 16 ชั้นข้อมูล และ แรงกดดันทางสังคมประกอบด้วย 2 ชั้นข้อมูล ในขณะที่ความสามารถในการฟื้นตัวทางนิเวศแบ่งเป็น 4 หมวดย่อยประกอบด้วย 10 ชั้นข้อมูล และความสามารถในการฟื้นตัวทางสังคมประกอบไปด้วย 2 ชั้นข้อมูล
เนื่องจากชั้นข้อมูลที่นำมาใช้ประเมินค่าคะแนนระดับโลก อาจมีความละเอียดไม่เพียงพอที่จะสะท้อนวัตถุประสงค์การบริหารจัดการ (จุดอ้างอิง สำหรับคะแนนเต็ม 100) และการเปลี่ยนแปลงของสถานภาพของเป้าหมายแต่ละด้านของประเทศไทย ดังนั้นการเปลี่ยนข้อมูลในบางชั้น น่าจะทำให้ประเทศไทย ได้คะแนนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ สำหรับการทำงานในระยะสั้น (1-2 ปี) การเปลี่ยนข้อมูลเป็นของหน่วยงานของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั้นที่ใช้คำนวณสถานภาพของเป้าหมายแต่ละด้าน ในขณะที่ยังคงสูตรการคำนวณ หรือจุดอ้างอิงแบบเดิม จะช่วยวางรากฐานสำหรับการประเมิน OHI+ ของประเทศไทย ที่มีการปรับชั้นข้อมูล สูตรการคำนวณ หรือ ปรับน้ำหนักความสำคัญของเป้าหมายแต่ละด้าน
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในลักษณะ OHI+ อาจรวมถึงการเปลี่ยนขอบเขต เปลี่ยนประเภท เปลี่ยนสูตรการคำนวณ หรือปรับน้ำหนักความสำคัญของเป้าหมายแต่ละด้าน การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องจึงมีความสำคัญต่อกระบวนการประเมินดัชนีมหาสมุท ซึ่งผู้เกี่ยวข้องอาจรวมถึองค์กรภาครัฐในระดับปฏิบัติการ และระดับนโยบาย องค์กรเอกชน และประชาชนผู้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการทะเลและมหาสมุทรให้มีความยั่งยืน การประเมิน OHI+ ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน (ภาพที่ 26) คือ
ดำเนินงานในช่วงปี 2012-2015 และมีการรายงานผลในปี 2019 (เป็นรายงานภาษาจีน) โดยใช้แนวคิดของ OHI แต่ใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ มีการปรับเปลี่ยนโมเดลที่ใช้คำนวณคะแนนเป้าหมาย และปรับตัวแปรใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่มากขึ้น ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายส่วนใหญ่จะปรับเปลี่ยนเฉพาะชั้นข้อมูลที่เป็นสถานภาพ (status) เท่านั้น
การแบ่งพื้นที่การวิเคราะห์ ขอบเขตของประเทศจีนทั้งประเทศจะเรียกว่า region และพื้นที่ย่อยกว่านั้น เรียกว่า sub-region ซึ่ง OHI+ ของประเทศจีน มีการกำหนดขอบเขต 11 ภูมิภาคย่อย ตามจังหวัดชายฝั่ง ข้อมูลที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลทุติยภูมิ ที่อยู่ในรายงานหรือรวบรวมโดยหน่วยงาน ข้อมูลโทรสัมผัส และความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
OHI+ ของประเทศจีน ยังคงประเมินครบทั้ง 10 เป้าหมาย และใช้แนวคิดขององค์ประกอบ และการถ่วงน้ำหนัก เหมือนกับ global OHI แต่มีการปรับเปลี่ยนดังนี้
ชั้นข้อมูลแรงกดดัน มีการเพิ่มชั้นข้อมูล Coastline destruction, sea level rise และตัดชั้น UV ออก
ชั้นข้อมูลความสามารถในการฟื้นตัว มีการปรับเปลี่ยนชั้นข้อมูลที่เป็น goal-specific resilience จากรายงาน Convention on Biological Diversity หรือ ข้อตกลงระดับนานาชาติ (global OHI) ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับสภาวะของมหาสมุทรในพื้นที่ย่อย ไปเป็นข้อกฏหมายภายในประเทศ เช่น CBD alien species ไปใช้ alien species management ของประเทศจีน
การปรับเปลี่ยนจุดอ้างอิง (ตารางที่ 17) สะท้อนข้อมูลที่มี และเป้าหมายการจัดการมากขึ้น
| Goal | Sub-Goal | Global Reference Point Type | Regional Reference Point Type (if different) |
|---|---|---|---|
| Food Provision (xFP) | Fisheries (xFIS) | Functional Relationship | Spatial Comparison |
| Mariculture (xMAR) | Spatial Comparison | Spatial Comparison | |
| Artisanal Fishing Opportunities (xAO) | - | Functional Relationship | Spatial Comparison |
| Nature Product (Xcp) | - | Temporal Comparison (historical benchmark | - |
| Carbon Storage (xCS) | - | Temporal Comparison (historical benchmark) | - |
| Coastal Protection (xCP) | - | Temporal Comparison (historical benchmark) | - |
| Coastal Livelihoods and Economies (xLE) | Livelihoods (xLIV) | Temporal Comparison (historical benchmark) | Spatial Comparison |
| Economies (xECO) | Temporal Comparison (moving target) | Spatial Comparison | |
| Tourism and Recreation (xTR) | - | Spatial Comparison | - |
| Sense of Place (xSP) | Iconic Species (xICO) | Established Target | - |
| Lasting Special Places (xLSP) | Established Target | - | |
| Clean Waters (xCW) | - | Established Target | - |
| Biodiversity (xBD) | Species (xSPP) | Established Target | - |
| Habitats (xHAB) | Temporal Comparison (historical benchmark) | - |
OHI+ ของประเทศจีน มีการเปลี่ยนสูตรคำนวณ ในเกือบทุกเป้าหมาย และเป้าหมายย่อย ยกเว้น Wild caught fisheries (FIS) ของเป้าหมาย Food provision (FP) (ตารางที่ 18) ทั้งนี้สูตรของการคำนวณในเอกสารของประเทศจีน ที่อ้างถึง global OHI มีความแตกต่างจากวิธีการที่ใช้ในปี 2019 เล็กน้อย เช่น Mariculture (MAR เป้าหมายย่อย ของ FP)
| เป้าหมายการประเมิน | เป้าหมายย่อย | การดำเนินงาน | |
|---|---|---|---|
| ปรับข้อมูล | ปรับสูตร | ||
| 1.Food provision | Wild caught fisheries | ✓ | |
| Mariculture | ✓ | ✓ | |
| 2.Artisanal fishing opportunities | ✓ | ✓ | |
| 3.Natural products | ✓ (เปลี่ยนประเภทของ natural products) | ||
| 4.Carbon storage | ✓ มีไม่ครบทุกประเภทของแหล่งทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง | ✓ เพิ่มสัมประสิทธิ์ค่าน้ำหนักของการตรึงคาร์บอน | |
| 5.Coastal protection | ✓ หากไม่มีข้อมูลคุณภาพของแหล่งที่อยู่อาศัย | ||
| 6.Livelihoods and Economies | Livelihoods | ✓ เปลี่ยนการคำนวณ เป็นจำนวนการจ้างงาน และรายได้ | |
| จากข้อมูลสถิติเศรษฐกิจภาคทะเลของจีน | |||
| Economies | ✓ เปลี่ยนเป็น marine GDP (ไม่ได้คิด sector ย่อย) | ||
| 7.Tourism and recreation | ✓ | ||
| 8.Sense of place | Iconic species | ✓ | |
| Lasting special place | ✓ เปลี่ยนจุดอ้างอิง เพิ่มสัมประสิทธิทางวัฒนธรรม | ||
| 9.Clean water | ✓ เปลี่ยนเป็นใช้ข้อมูลจริง ปรับจุดอ้างอิง | ||
| 10.Biodiversity | Species | ✓ ทำให้ง่ายขึ้น | |
| Habitats | ✓ | ✓ |
จากการประเมิน OHI+ ทำให้สามารถเปรียบเทียบคะแนน ของภูมิภาคย่อยได้ (บริเวณที่อาจจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน) และคะแนนของประเทศที่เพิ่มขึ้น จาก 59 ไปเป็น 63 โดยมีค่าที่เพิ่มขึ้นในเป้าหมาย Food Provision, Artisanal Fishing Opportunities และค่าที่ลดลงในเป้าหมาย Clean Water, Sense of Place, Tourism and Recreation
Barnosky, A.D., Matzke, N., Tomiya, S., Wogan, G.O.U., Swartz, B., Quental, T.B., Marshall, C., McGuire, J.L., Lindsey, E.L., Maguire, K.C., Mersey, B. & Ferrer, E.A. (2011). Has the earth’s sixth mass extinction already arrived? Nature, 471, 51–57. Tallis et al. 2011
Chen, Zhao Liang, and Shing Yip Lee. (2022). “Tidal Flats as a Significant Carbon Reservoir in Global Coastal Ecosystems.” Front. Mar. Sci. 9 (May): 900896. https://doi.org/10.3389/fmars.2022.900896.
Food and Agriculture Organization of the United Nations. 2023. “Progress in the Degree of Implementation of International Instruments to Promote and Protect Small-Scale Fisheries, 2022.” https://www.fao.org/sustainable-development-goals/indicators/14b1/en/.
Gentry, R.R., Alleway, H.K., Bishop, M.J., Gillies, C.L., Waters, T. & Jones, R. (2019). Exploring the potential for marine aquaculture to contribute to ecosystem services. Reviews in Aquaculture, 1-14. doi.org/10.1111/raq.12328
Halpern, B.S., Longo, C., Hardy, D., McLeod, K.L., Samhouri, J.F., Katona, S.K., Kleisner, K., Lester, S.E., O’Leary, J., Ranelletti, M., Rosenberg, A.A., Scarborough, C., Selig, E.R., Best, B.D., Brumbaugh, D.R., Chapin, F.S., Crowder, L.B., Daly, K.L., Doney, S.C., Elfes, C., Fogarty, M.J., Gaines, S.D., Jacobsen, K.I., Karrer, L.B., Leslie, H.M., Neeley, E., Pauly, D., Polasky, S., Ris, B., Martin, K.S., Stone, G.S., Sumaila, U.R. & Zeller, D. (2012). An index to assess the health and benefits of the global ocean. Nature. 488: 615–620. doi:10.1038/nature11397
Halpern, B.S., Longo, C., Lowndes, J.S.S., Best, B.D., Frazier, M., Katona, S.K., Kleisner, K.M., Rosenberg, A.A., Scarborough, C. & Selig, E.R. (2015). Patterns and emerging trends in global ocean health. PLoS ONE, 10, e0117863.
Halpern, B.S., Walbridge, S., Selkoe, K.A., Kappel, C.V., Micheli, F., D’Agrosa, C., Bruno, J.F., Casey, K.S., Ebert, C., Fox, H.E., Fujita, R., Heinemann, D., Lenihan, H.S., Madin, E.M.P., Perry, M.T., Selig, E.R., Spalding, M., Steneck, R. & Watson, R. (2008). A global map of human impact on marine ecosystems. Science, 319, 948–952.
Halpern, B.S., Frazier, M., Verstaen, J., Rayner, P.E., Clawson, G., Blanchard, J.L., Cottrell, R.S., Froehlich, H.E., Gephart, J.A., Jacobsen, N.S., Kuempel, C.D., Mcintyre, P.B., Metian, M., Moran, D., Nash, K.L., Többen, J. & Williams D.R., (2022). The environment footprint of global food production. Nature sustainability, 5, 1027–1039.
Hemminga, M.A. & Duarte, C.M. (2000). Seagrass ecology. Cambridge University Press
Martell, S. & Froese, R. (2013). A simple method for estimating MSY from catch and resilience. Fish and Fisheries, 14, 504–514.
Monterey Bay Aquarium Seafood Watch. (2023). Monterey Bay Aquarium. URL https://www.seafoodwatch.org/seafood-recommendations/standards-revision
Mora, C., Myers, R.A., Coll, M., Libralato, S., Pitcher, T.J., Sumaila, R.U., Zeller, D., Watson, R., Gaston, K.J. & Worm, B. (2009). Management effectiveness of the world’s marine fisheries (C. Roberts, Ed.). PLoS Biology, 7, e1000131.
Ocean Health Index. 2020. ohicore v2020.1: Ocean Health Index ohicore Package. National Center for Ecological Analysis and Synthesis, University of California, Santa Barbara. URL https://github.com/OHI-Science/ohicore/releases/edit/v2020.1
Ricard, D., Minto, C., Jensen, O.P. & Baum, J.K. (2012). Examining the knowledge base and status of commercially exploited marine species with the RAM legacy stock assessment database. Fish and Fisheries, 13, 380–398.
Tuholske, C., Halpern, B.S., Blasco, G., Villasenor, J.C., Frazier, M., and Caylor, K. (2021). “Mapping Global Inputs and Impacts from of Human Sewage in Coastal Ecosystems.” Edited by Bijeesh Kozhikkodan Veettil. PLoS ONE 16 (11): e0258898. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0258898.
United Nations. (2021). “FAOSTAT - N Excreted in Manure.” http://www.fao.org/faostat/en/#data/EMN.
United Nations. (2022). “FAOSTAT - Fertilizer by Nutrient.” http://www.fao.org/faostat/en/#data/RFN.
Watson, R. (2018). Global fisheries landings v5.0. URL https://metadata.imas.utas.edu.au/geonetwork/srv/eng/metadata.show?uuid=5c4590d3-a45a-4d37-bf8b-ecd145cb356d
Waycott, M., Duarte, C.M., Carruthers, T.J.B., Orth, R.J., Dennison, W.C., Olyarnik, S., Calladine, A., Fourqurean, J.W., Heck, K.L., Hughes, A.R., Kendrick, G.A., Kenworthy, W.J., Short, F.T. & Williams, S.L. (2009). Accelerating loss of seagrasses across the globe threatens coastal ecosystems. Proceedings of the National Academy of Sciences, 106, 12377–12381.
WHO-UNICEF. (2024). “Joint Monitoring Programme (JMP) for Water Supply and Sanitation - Household Data.” https://washdata.org/data/household#!/.